คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2495
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกเงินคืนที่อ้างว่าจำเลยยักยอกเงินไปโดยนำส่งคลังไม่ครบจำนวนนั้น หากข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอให้สันนิษฐานได้ว่าจำเลยกระทำความผิดอาญาโดยเจตนา การฟ้องดังกล่าวจึงไม่ถือเป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องจากความผิดทางอาญา และไม่อาจอ้างอายุความตามกฎหมายลักษณะอาญาได้
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องระบุถึงตำแหน่งหน้าที่จำเลยในทางราชการและกล่าวว่า จำเลยได้ยักยอกเงินไปโดยนำเงินส่งคลังไม่ครบจำนวน ขอให้จำเลยใช้เงินจำนวนที่ส่งไม่ครบ ดังนี้ ยังไม่พอให้ถือว่าเป็นฟ้องกันเกี่ยวเนื่องจากความผิดทางอาญา เพราะในการที่จำเลยนำเงินส่งไม่ครบ อาจเป็นด้วยความพลั้งเผลอหรือหลงลืม ซึ่งมิใช่เป็นความผิดทางอาญา ฉะนั้นคดีจึงไม่เข้าอยู่ใน ป.ม.วิ. อาญามาตรา 51 และจะยกอายุความตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 78 มาปรับมิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องมีใจความว่า ระหว่างเดือนเมษายน ๒๔๘๑ ถึงเดือนพฤศจิกายน ๒๔๘๔ จำเลยรับราชการเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานนายทะเบียนที่ดินจังหวัดปทุมธานี ในระหว่างที่จำเลยรับราชการดังกล่าวจำเลยได้รับเงินค่ามัดจำรังวัดที่ดินและเงินค่าธรรมเนียมจากผู้มาขอให้เจ้าพนักงานทำการรังวัดที่ดินตามระเบียบของกรมที่ดิน เพื่อนำฝากคลังและเบิกใช้จ่ายในการที่เจ้าพนักงานจะได้ทำการรังวัดและออกโฉนด
ในฟ้องระบุวันเวลาที่จำเลยได้รับเงินดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่ข้อ ๒ ก. ถึง ฉ. รวมจำเลยรับเงินไว้แล้วยักยอกเอาไว้เสียเป็นจำนวน ๑๑๐ บาท ฯลฯ จึงขอให้จำเลยใช้เงินดังกล่าวแก่โจทก์ ฯลฯ
จำเลยให้การปฏิเสธว่า ไม่ใช่หน้าที่ของจำเลยรับเงินกล่าวในฟ้อง และจำเลยมิได้ยักยอกกับตัดฟ้องว่า โจทก์ฟ้องเคลือบคลุม คดีขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นับแต่เวลาที่จำเลยทำผิดถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกิน ๑๐ ปี คดีขาดอายุความจึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์, ศาลอุทธรณ์พิพิากษายืน
โจทก์ฏีกาว่า ควรนับอายุความ ๑๕ ปี หรือ ๒๐ ปี ไม่ใช่ ๑๐ ปี เพราะโจทก์ฟ้องทางแพ่งนี้ เนื่องจากความผิดอาญามาตรา ๑๓๑
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องที่ขอให้จำเลยใช้เงินนี้ แม้จะได้ระบุถึงตำแหน่งหน้าที่จำเลยในราชการ และกล่าวว่าจำเลยได้ยักยอกไปโดยนำเงินส่งคลังไม่ครบจำนวนก็ดี ก็ยังไม่พอให้ถือว่าเป็นฟ้องกันเกี่ยวเนื่องจากความผิดทางอาญา เพราะในการที่จำเลยนำเงินส่งไม่ครบ อาจเป็นด้วยควา่มพลั้งเผลอหรือหลงลืม ซึ่งมิใช่เป็นความผิดทางอาญา ฉะนั้นคดีจึงไม่เข้าอยู่ใน ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๕๑ และจะยกอายุความตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๗๘ มาปรับมิได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2495
กรมที่ดิน โดยพระนิติเกษตรสุนทร โจทก์
นายพิเศษ คงคาเขตต์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมที่ดิน โดยพระนิติเกษตรสุนทร · จำเลย - นายพิเศษ คงคาเขตต์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา · นิติธรรมประกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลปทุมธานี - นายเทียบ นองขุนนาค · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอาทรคดีราษฏร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา