⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 826/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 826/2495

ป.พ.พ. ม.1057 · ป.วิ.แพ่ง ม.4, 55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การฟ้องขอเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ไม่จำเป็นต้องฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน เพราะผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นสามารถร้องขอเข้าร่วมเป็นคู่ความได้ 2. ศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาคดีฟ้องขอเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน อาจเป็นศาลที่จำเลยคนใดคนหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ แม้ทรัพย์สินของห้างฯ จะอยู่ในเขตศาลอื่นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้เป็นหุ้นส่วนฟ้องเลิกหุ้นส่วนนั้น ไม่จำต้องฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน เพราะผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นอาจร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์หรือจำเลยได้ ไม่มีทางเสียเปรียบหรือเสียหายแก่ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่น ทั้งไม่มีบทกฎหมายบัญญัติบังคับให้ต้องฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนด้วย การฟ้องขอเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนนั้น แม้ทรัพย์สินที่พิพาทจะอยู่ที่จังหวัดพังงา และจำเลยคนหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดภูเก็ต แต่เมื่อจำเลยอื่นมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดพระนครแล้ว ศาลก็ย่อมมีอำนาจที่จะใช้ดุลยพินิจอนุญาตให้โจทก์ฟ้องยังศาลในพระนครได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1057

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1057 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เป็นหุ้นส่วนกับจำเลย ซื้อเหมืองและเครื่องอุปกรณ์ทำเหมือง จำเลยล่วงว่าละเมิดข้อสัญญาขอให้ศาลสั่งเลิกห้างหุ้นส่วน อันมีชื่อว่า เหมืองแร่เกียรติ์ไทย และตั้งผู้ชำระบัญชี ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เลิกหุ้นส่วนมีเกียรติ์ไทย ให้กองหมายเป็นผู้ชำระบัญชี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ผู้เป็นหุ้นส่วนฟ้อง เลิกหุ้นส่วน ไม่จำต้องฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน เพราะผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นอาจร้องขอเข้าเป็นโจทก์หรือจำเลยได้ ไม่มีทางเสียเปรียบหรือเสียหายแก่ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่น ทั้งไม่มีบทกฎหมายบัญญัติบังคับให้ต้องฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนด้วย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ได้ จึงเป็นการชอบแล้ว ส่วนฎีกาที่ว่า ศาลแขวงพระนครใต้ไม่มีอำนาจพิจารณาคดี เพราะเหมืองแร่ซึ่งเป็นทรัพย์พิพาทอยู่จังหวัดพังงา และจำเลยที่ ๑ อยู่จังหวัดภูเก็ต ก็ปรากฏว่า จำเลยอื่นที่โจทก์ฟ้องมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดพระนคร ฉะนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔ ศาลย่อมมีอำนาจที่จะใช้ดุลยพินิจอนุญาตให้โจทก์ฟ้องยังศาลในพระนครได้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 826/2495 นายเชี้ยงเซ็ง หรือชงฮี้ แซ่อื้อ กับพวก โจทก์ นายเอ้งซ้ง แซ่ลิ้ม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเชี้ยงเซ็ง หรือชงฮี้ แซ่อื้อ กับพวก · จำเลย - นายเอ้งซ้ง แซ่ลิ้ม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · นิติธรรมประกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตร · ศาลอุทธรณ์ - พระมนูเวทย์วิมลนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1511/2520ฎีกา 1889/2511ฎีกา 94/2493ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา