⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 318/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 318/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงแบ่งส่วนการครอบครองที่ดินระหว่างเจ้าของร่วม เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้

ย่อคำพิพากษา

เจ้าของร่วมในที่ดินแปลงหนึ่งนั้น ตามกฎหมายในเบื้องต้นก็ต้องถือว่า ต่างคนต่างมีส่วนเป็นเจ้าของพัวพันกันอยู่ ฉะนั้นเมื่อเจ้าของร่วม ได้ตกลงกันกำหนดลงไปว่า ใครได้ตรงไหน ดังนี้ก็ย่อมเป็นการระงับข้อพิพาทอันจะมีขึ้นให้ เสร็จไป เพราะเป็นการตกลงเพื่อเป็นที่แน่นอนไม่โต้เถียงแย่งกันเอาส่วนนั้นส่วนนี้ ฉะนั้นข้อตกลงดังกล่าว จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 850 เมื่อไม่มีหลักญานเป็นหนังสือ ก็ย่อมจะฟ้องร้อง บังคับคดี ไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1364

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยและนายเลาะ นายซัน ได้ร่วมทุนกันซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง โดยตกลงกำหนดส่วนของแต่ละคนไว้ และต่างได้ครอบครองตามส่วนของตน โจทก์จะขอแบ่งแยก นายเลาะนายซันไม่ขัดข้อง แต่จำเลยไม่ยอม กลับบุกรุกเข้า มาในส่วนของโจทก์ ขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทในเขตแผนที่ว่าเป็นของโจทก์ ให้จำเลยแบ่งแยก จำเลยทั้งสอง ให้การว่า ได้ตกลงแบ่งกันจริง แต่ส่วนของโจทก์ไม่ได้เป็นดังโจทก์ฟ้อง ในชั้นพิจารณาคู่ความรับกันว่า โจทก์จำเลย นายเลาะและนายซันมีกรรมสิทธิร่วมกันในที่แปลงนี้ คงเถียงกันในข้อตกลงที่ว่า ตกลงกันอย่างไรเท่านั้น. ศาลจังหวัดมีนบุรี สั่งงดสืบพยาน และพิพากษาว่า ข้อตกลงเช่นนี้ เป็นสัญญาประณีประนอมยอมความ เมื่อไม่ได้ทำหลัก ฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดไว้ ก็ฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรรณ์เห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่ใช่สัญญาประณีประนอมยอมความ เพราะมิใช่ประสงค์จะระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ หรือจะมีขึ้นให้เสร็จไป ฯลฯ พิพากษาให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไป. จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์จำเลยนายเลาะและนายซันเป็นเจ้าของร่วมกันในที่พิพาทนั้น ตามกฎหมายในเบื้องต้นก็ ต้องถือว่าต่างคนต่างมีส่วนเป็นเจ้าของพัวพันกันอยู่ แต่อาจแบ่งกันเองได้ตามป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๓๖๔ ซึ่งหมายความว่า ถ้าไม่ได้ลงมือแบ่งกันโดยเด็ดขาด ก็ทำสัญญาผูกมัดกันไว้ก่อนได้ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์ลักษณะและสภาพของสัญญาใน คดีนี้แล้ว เห็นว่าเข้าลักษณะเป็นสัญญาประณีประนอมยอมความต้องตามที่มาตรา ๘๕๐ บัญญัติไว้ เพราะเมื่อสิทธิของเจ้า ของรวมมีส่วนพัวพันกันแล้ว การตกลงกำหนดลงไปว่า ใครได้ตรงไหน ก็ย่อมเป็นการระงับข้อพิพาทอันจะมีขึ้นให้เสร็น ไป ฯลฯ จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น./ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 318/2496 นางสาวทองอ่อน ดาราฉาย โจทก์ นางปราณี เจริญสง่า , นางหนันโต๊ะกู จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวทองอ่อน ดาราฉาย · จำเลย - นางปราณี เจริญสง่า , นางหนันโต๊ะกู
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · นนทประชา · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายเข้ว เฉลิมช่วง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิภาศนฤพนธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5459/2537ฎีกา 2503/2523ฎีกา 3191/2547ฎีกา 181/2512ฎีกา 2451/2548ฎีกา 2335/2551ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 3555/2528ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5283/2540ฎีกา 4800/2534ฎีกา 8182/2540ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 727/2567ฎีกา 1228/2539ฎีกา 5811/2533ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 39/2524ฎีกา 898/2534ฎีกา 1456/2539ฎีกา 8207/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา