คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 545/2496
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสอบสวนความผิดอาญา แม้จะตั้งข้อหาฐานหนึ่ง แต่หากปรากฏว่าเป็นความผิดอีกฐานหนึ่ง ก็ถือว่าได้มีการสอบสวนในความผิดฐานนั้นแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งข้อหาเพิ่มเติม
ย่อคำพิพากษา
การสอบสวนความผิดทางอาญานั้น แม้เดิมจะตั้งข้อหาฐานหนึ่ง แต่เมื่อสอบสวนแล้วปรากฎว่า เป็นความผิดฐานอื่น ด้วย ก็เรียกได้ว่า ได้มีการสอบสวนในความผิดฐานอื่นนั้นด้วยแล้ว ไม่จำเป็นต้องแจ้งข้อหาในความผิดฐานอื่นนั้น แก่ผู้ต้องหาอีก ก็ถือว่าการสอบสวนนั้นสมบูรณ์แล้ว./
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๓๕ (๑๓), ๑๑๖, และ มาตรา ๑๒๐ ให้รวม กะทงลงโทษจำคุกจำเลย ๑ เดือน ปรับ ๕๐ บาท โทษจำคุกให้ยกเสีย และยกข้อหาฐานหลบหนีการควบคุม
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ความผิดฐานหมื่นประาทเจ้าพนักงาน ตามคำจำเลยชั้นสอบสวน ไม่ปรากฎว่ามีการแจ้งข้อหาฐานนี้ รวมอยู่ด้วย จำเลยจิงมิได้ถูกสอบสวนไว้ จึงพิพากษาแก้ว่า จำเลยผิดตามมาตรา ๑๒๐ และมาตรา ๓๓๕ (๑๓) ยกข้อหาฐาน หมิ่นประมาทเสีย ข้อกำหนดโทษยืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้ได้มีการสอบสวนความผิดที่จำเลยได้กระทำนั้นแล้ว แม้เดิมจะตั้งข้อหาฐานหนึ่ง แต่เมื่อสอบสวน แล้ว ปรากฎว่าเป็นความผิดฐานอื่นด้วย ก็เรียกได้ว่า มีการสอบสวนในความผิดฐานอื่นนั้นด้วยแล้ว ดังตัวอย่างฎีกาที่ ๕๐๘/๒๔๙๓
จึงพิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดฐานหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๑๖ ด้วยอีกฐานหนึ่ง ส่วนกำหนดโทษ คงให้เป็นไปตามเดิม.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 545/2496
อัยการปากพนัง โจทก์
นายเลื่อน กาญจนโอภาษ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการปากพนัง · จำเลย - นายเลื่อน กาญจนโอภาษ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทประชา · มนูภันย์วิมลสาร · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปากพนัง - นายจำรัส อมรสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายเย็น มีเมศกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา