คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 785/2496
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใส่ความผู้อื่นโดยการกล่าวอ้างถึงกลุ่มบุคคลที่ผู้กระทำหมายถึงผู้เสียหายโดยเฉพาะ แม้จะไม่ได้ระบุชื่อโดยตรง ก็ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ หากข้อความนั้นเป็นการใส่ความโดยปราศจากความจริง และไม่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายที่ให้แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต
ย่อคำพิพากษา
หมิ่นประมาทเขาทางหนังสือ แม้ในหนังสือจะมิได้กล่าวเจาะจงถึงผู้เสียหายโดยตรง คือกล่าวว่าเป็นการสุดแสนจะ ทนดูพวกมหาดไทยเล่นสกปรกต่อไป ฯลฯ นั้น เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า พวกมหาดไทยนั้นจำเลยหมายถึงผู้เสีย หายดังนี้ จำเลยก็ย่อมมีผิดฐานหมิ่นประมาทผู้เสียหาย.
การที่จะได้รับยกเว้นตามมาตรา 283 นั้น จะต้องเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต อันต้องด้วยลักษณะอย่างใด อย่างหนึ่งตามมาตรา 283 ถ้าเป็นเรื่องใส่ความโดยปราศจากความจริงแล้วไม่เป็นข้อแก้ตัว./
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.282 กฎหมายลักษณะอาญา ม.283
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบังอาจใส่ความหมิ่นประมาททนายเคลื่อน ปลัดจังหวัดชุมพร กับนายกลับ จ่าจังหวัดชุมพร ฯลฯ ขอให้ลงโทษ
จำเลยปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๒๘๓, ๒๘๔ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๔ ปรับ ๒๐๐ บาท.
โจทก์,จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน.
จำเลยฎีกาในข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ได้ความว่าจำเลยทำหนังสือยื่นต่อข้าหลวงประจำจังหวัด หนังสือนั้นมีข้อความว่า "หนังสือของ ข้าพเจ้าฉะบับนี้ จนบัดนี้ + การคลังข้าวไม่ตอบ และเมื่อข้าวที่กรุงเทพฯ ส่งมาก็เที่ยววิ่งเต้นหาพาหนะขนส่งเสียเองโดย ราคาสูงผิดธรรมดา ข้าหลวงทราบเรื่องก็ไม่ว่า กลับสนับสนุน เป็นการสุดแสนจะทนดูพวกมหาดไทยเล่นสกปรกต่อไป แต่ข้าพเจ้าไม่มีอำนาจอะไร จึงต้องระงับไว้เพียงนี้ ขืนพูดหรือทำไป ภัยก็จะมาถึงตัว" ศาลฎีกาเห็นว่า จริงอยู่ข้อความ ในหนังสือของจำเลยจะมิได้กล่าวเจาะจงถึงตัวนายเคลื่อนนายกลับโดยตรง แต่ที่จำเลยว่าพวกมหาดไทย นั้น ทาง พิจารณาได้ความว่า จำเลยหมายถึงนายเคลื่อนนายกลับผู้เสียหายในคดีนี้เอง ฉะนั้นคนทั้ง ๒ นี้ จึงเป็นผู้เสียหายใน เรื่องนี้.
ส่วนในข้อที่จะได้รับความยกเว้นโทษฐานทำหมิ่นประมาทตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๒๘๓ นั้น ความหมายของมาตรา นี้จะต้องได้ความว่า จำเลยได้แสดงความคิดเห็นของจำเลยโดยสุจริต อันต้องด้วยลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดใน ๔ ประการ ดังบัญญัติไว้ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยกล่าวใส่ความเอาผู้เสียหาย ดังโจทก์ระบุข้อความมาตรานี้คิดเห็นโดยสุจริต ไม่ จึงไม่ได้รับความยกเว้น.
จึงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 785/2496
พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร โจทก์
ขุนสุจินต์โลหสาร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร · จำเลย - ขุนสุจินต์โลหสาร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทประชา · มนูภันย์วิมลสาร · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชุมพร - นายสงวน สิทธิไชย · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิศักดิ์เนตินาท. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา