⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1080/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่จำเลยฎีกาโดยตั้งทุนทรัพย์สูงกว่าที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดก ถือเป็นการโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตามกฎหมาย 2. การที่โจทก์กล่าวถึงสินเดิมในฟ้องขอแบ่งมรดก โดยประสงค์เพียงใช้เป็นเกณฑ์ในการแบ่งสินสมรส หาใช่การขอเรียกหรือขอให้หักสินเดิมจากสินสมรส จึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

ย่อคำพิพากษา

จำนวนทุนทรัพย์ ที่เรียกร้องไม่เกิน 2 พันบาทเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงโจทก์ตั้งทุนทรัพย์โดยขอแบ่งส่วนมรดกเพียง 500 บาท จำเลยฎีกาตั้งทุนทรัพย์มาโดยคิดค่าสินเดิมที่ขาดไปและอื่น ๆ รวมราคา 2930 บาทหาได้ฟ้องแย้งเข้ามา ดังนี้ไม่ให้ทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง เป็นแต่เพียงการขอให้หักจากสินสมรสก่อนแบ่งเท่านั้น โจทย์ฟ้องขอแบ่งมรดกและก่ออ้างถึงสินเดิม แม้ไม่ได้ระบุสินเดิมมีอะไรบ้างฟ้องของโจทก์ที่กล่าวถึงสินเดิมก็เพียงประสงค์เพื่อเป็นเกณฑ์ในการแบ่งสินสมรสอย่างไรเท่านั้น หาได้ขอเรียกหรือขอให้หักสินเดิมจากสินสมรสไม่ดังนี้ ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกของนายดวน ยิ้มสง โดยกล่าวว่านายดวนมีสินเดิม ๓๘๐ บาท จำเลยไม่มี นายดวนกับจำเลยได้สร้างสินสินรสคืนสวนยาง ๒ แปลง ที่บ้าน ๑ แปลง และที่สวนที่นา ๑ แปลง ราคาทั้งหมด ๔๐๐๐ บาท ที่ทั้ง ๔ แปลงอยู่อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง นายดวนตายแล้ว มีทายาทคือโจทก์จำเลยและบุตรจำเลย ๖ คน โจทก์มีสิทธิจะได้รับ ๑ ใน ๘ สวนเป็นเงิน ๕๐๐ บาท ขอให้แบ่งให้โจทก์ถ้าแบ่งไม่ตกลงก็ให้ขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกัน จำเลยต่อสู้ดังนี้ ๑.โจทก์ได้สละมรดกแล้วไม่มีสิทธิฟ้อง ๒. จำเลยฝ่ายเดียวมีสินเดิม ไม่ได้ระบุว่าอะไรบ้าง เป็นฟ้องเคลือบคลุมสินเดิมของจำเลยมีหลายอย่าง คงเหลือแหวนวงเดียว คงขาดไป ๒,๙๐๐ บาท หารมีการแบ่งมรดกต้องหักใช้สินเดิมก่อน ๓. จำเลยได้จ่ายในการรักษาพยาบาลเจ้ามรดก ในการทำบุญปลงศพและอื่น ๆ ร่วม ๓,๕๐๐ บาท ต้องหักจากกองมรดกก่อน ๔. เฉพาะที่แปลง ๑,๒,และ ๓, ตามฟ้องเป็นของบิดามารดกจำเลยยังครอบครองร่วมกันแทนกันระหว่างพี่น้องรวม ๕ คน ไม่ใข่สินสมรส แปลงที่ ๔ เป็นของนายปานไม่ใช่สินสมรส ระหว่างสืบพยานมีนายเฉย นายปลอดนายปานร้องสอด เข้ามาโดยศาลอนุญาตว่า ผู้ร้องเป็นที่จำเลยบิดามารดากันทรัพย์ตามฟ้องแปลงที่ ๑,๒,๓, ราคาประมาณ ๓,๖๐๐ บาท เป็นมรดกของบิดามารดาผู้ร้อง และจำเลยยังครอบครองอยู่ ไม่ใช่สินสมรส หากศาลพิพากษาให้แบ่งปันทรัพย์นี้ ขอให้แบ่งให้ผู้ร้องคนละ ๑ ใน ๕ ส่วน รวม ๓ คนเป็นเงิน ๒,๑๖๐ บาท โจทก์ยื่นคำให้การต่อสู้คำร้องสอดว่าทรัพย์ ที่ฟ้องเป็นของนายดวน หาใช่ของบิดามารดาผู้ร้องไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยดังนี้ ๑. ฟังว่าที่ดินทั้ง ๔ แปลงเป็นสินสมรสของนายดวนและจำเลย ๒. สินเดิมฟังว่าโจทก์มีสินเดิมราคา ๓๕๘ บาท แม้ฟ้องจะไม่ระบุสินเดิมว่ามีอะไรบ้างก็ไม่เคลือบคลุม และคงเชื่อว่าจำเลยมีแต่ต่างหู ราคา ๑๒๐ บาทเป็นสินเดิม ๓. ค่ารักษาพยาบาลและอื่น ๆ ปรากฎว่ามีคนออกเงินช่วยในการศพมากเกินกว่าจำนวนเงินที่อ้างว่าใช้จ่ายจำเลยไม่มีสิทธิที่จะขอให้หักเงินจำนวนนี้จากสินเดิม ๔. ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่าโจทก์สละมรดกจำเลย สืบไม่สมตามมาตรา ๑๖๑๒ พิพากษาใหม่ให้แบ่งปันทรัพย์พิพาทโดยให้เอาสินเดิมของนายดวนจำเลยหักออกจากสินสมรสก่อน เหลือเท่าไรให้แบ่งเป็น ๓ ส่วนให้นายดวน ๒ ส่วน ให้จำเลย ๑ ส่วน สินสมรส ๒ ส่วนของนายดวนนั้นให้รวมกับสินเดิมของนายดวน แล้วแบ่งออกเป็น ๘ ส่วน โจทก์ได้ ๑ ส่วน จำเลยได้ ๑ ส่วน อีก ๖ ส่วนเป็นของบุตรเจ้ามรดก จำเลยและผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยแต่ฝ่ายเดียวฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องตั้งทุนทรัพย์ดดยขอแบ่งส่วนมรดกเพียง ๕๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามไม่ให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงปรากฎว่าคดีนี้จำเลยฎีกาตั้งทุนทรัพย์มา ๒๕๓๐ บาท โดยคิดค่าสินเดิมที่ขาดไป ๑๒๗๐ บาท ค่ารักษาพยาบาลและอื่น ๆ ๑๑๖๐ บาท จำเลยเป็นแต่ให้การขอให้หักจากสินสมรสก่อนแบ่งเท่านั้น หาได้ฟ้องแย้งเข้ามาไม่ จึงไม่ใช่ทุนทรัพย์ที่เรียกร้องในชั้นนี้ จำเลยติดใจเรียกรวมเข้าด้วยเป็นการไม่ถูกต้อง ข้อเถียงของจำเลยในเรื่องสละมรดก ในเรื่องสินเดิมและในเรื่องค่ารักษาพยาบาล ค่าปลงศพเจ้ามรดกดจำเลยเถียงในข้อเท็จจริงและข้อเถียงเกี่ยวกับคำพิพากษาที่มิให้ชักค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายจากกองมรดกนั้นมิชอบก็เป็นข้อเท็จจริง ส่วนในเรื่อง+เคลือบคลุมนั้นเห็นว่าการที่โจทก์ ฟ้องว่านายดวนมีสินเดิมนั้น ก็เพียงประสงค์ เพื่อเป็นเกณฑ์ในการแบ่งสินสมรสอย่างไรเท่านั้น โจทก์หาได้ขอเรียกหรือขอให้หักสินเดิมจากสินสมรสไม่แม้ไม่ได้ระบุว่าสินเดิมมีอะไรบ้าง ก็หาเป็นการเคลืบคลุมไม่ ส่วนที่ศาลหักสินเดิมของโจทก์จากสินสมรสจะเป็นการเกินคำขอหรือไม่ ชั้นนี้จำเลยไม่ได้ฎีกาโต้แย้ง พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2497 นางจวน ยิ้มสง ( หม้าย ) โจทก์ นางบุญให้ ยิ้มสง นายเฉย พรหมชู นายปลอด พรหมชู นายปาน พรหมชู และผู้ร้อง+ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจวน ยิ้มสง ( หม้าย ) · พรหมชู - นางบุญให้ ยิ้มสง นายเฉย พรหมชู นายปลอด พรหมชู นายปาน · จำเลย - และผู้ร้อง+
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · นนทประชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายมัน จุติกุล · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 142/2492ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2186/2550ฎีกา 6105/2531ฎีกา 891/2510ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2224/2528ฎีกา 6455/2538ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา