⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1117/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2497

ย่อคำพิพากษา

เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลฎีกาจะเรียกสำนวนคดีอื่นมาประกอบการวินิจฉัยก่อน มีคำพิพากษาก็ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.8 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.187 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินนาฟางมือเปล่า ๑ แปลงเนื้อที่ ๔๐ ไร่เศษ ซื้อมาจากผู้มีชื่อเมื่อ ๓๗-๓๘ ปี โจทก์ได้ครอบครองเป็นเจ้าขอมาโดยสงบเปิดเผย ครั้นเดือน ๖ พ.ศ.๒๔๙๕ จำเลยใช้กระบือเทียมไถนาโจทก์ไปแล้ว ๗-๘ ไร่โจทก์ขาดประโยชน์ใน พ.ศ.๒๔๙๕ คิดเป็นเงิน ๒,๔๒๐ บาท จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่ ๔๐ ไร่เป็นของโจทก์ กับให้ขับไล่จำเลยและบริวาร จำเลยต่อสู้ว่า นาพิพาทเดิมเป็นของบิดามารดามีเพียง ๑๓-๑๔ ไร่ ครั้นบิดามารดาตาย จำเลยได้ปกครองและบุกเบิกกว้างออกไปเป็นเนื้อที่ ๓๐ ไร่ เศษครั้นเมื่อ ๑๐ ปีเศษนี้ จำเลยได้กู้เงินโจทก์ไป ๓๒๐ บาทบวกกับที่มารดาของจำเลยได้กู้ไปก่อน ๘๐ บาท รวมเป็น ๔๐๐ บาท เอานารายนี้ให้ไว้เป็นประกัน จำเลยคงส่งดอกเบี้ยตลอดมาจนเมื่อ ๓-๔ ปีมานี้จำเลยกู้เงินจากโจทก์เพิ่มอีกรวมทั้งหมดเป็น ๘,๐๐๐ บาทได้เอานาพิพาทเป็นประกันแต่จำเลยครอบครองนาอยู่และเมื่อ ๕-๖ เดือนมานี้จำเลยขอให้อำเภอรังวัดประกาศขายจะเอาใช้โจทก์ ๆ อยากได้จะยอมเพิ่มเงินแก่จำเลยอีกบ้าง แต่จำเลยไม่ยอมโจทก์โกรธจึงไปคัดค้าน ศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์ ไม่เชื่อว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามหลักฐานพยานที่กล่าวมานี้ รูปคดีชวนให้เห็นว่าจำเลยมีนาเฉพาะรายพิพาทนี้ และจำเลยได้ทำนาพิพาทดังศาลล่างทั้งสองชี้ขาดมา แต่ปรากฎตามฎีกาของโจทก์และคำแก้ฎีกาของจำเลยและคำแถลงการณ์ว่า หลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้แล้วโจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งเรียกเงินกู้สำนวนหนึ่งและฟ้องคดีอาญาหาว่าจำเลยเบิกความเท็จสำนวนหนึ่ง จำเลยฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาหาว่าแจ้งความเท็จสำนวนหนึ่ง ตามฎีกาและคำแถลงของโจทก์มีใจความว่า คดีเรื่องเงินกู้ได้มีการยึดนาของจำเลยขายทอดตลาดไปแล้ว ฝ่ายจำเลยก็แก้ว่าโจทก์แบ่งยึดนารายพิพาทไป เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลนี้จึงเรียกสำนวนทั้งสาม คือคดีแพ่งแดงที่ ๑๗๘/๒๔๙๕ คดีอาญาแดงที่ ๔๐๘-๔๐๙/๒๔๙๕ มาประกอบการวินิจฉัย เฉพาะความแพ่งปรากฎตามบัญชียึดทรัพย์และประกาศขายทอดตลาดว่าทรัพย์ของจำเลยที่ถูกยึดนั้นปรากฎว่าเป็นนาคนละแปลง กับนารายพิพาทรายนี้ ทั้งนี้มีเนื้อที่เกินกว่าจำนวนในใบเสร็จเสียเงินบำรุงท้องที่ ที่จำเลยอ้างเป็นพยานคดีฟังได้ถนัดว่า นาที่จำเลยใช้ประกันเงินกู้คือแปลงที่ขายทอดตลาดไปแล้ว ไม่ใช่จำเลยมีนาเฉพาะรายพิพาทแปลงเดียวดังจำเลยนำสืบมา รูปคดีฟังได้ว่านาพิพาทเป็นของโจทก์จริงดังฟ้อง พิพากษากลับว่านาพิพาทของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่นาพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๒,๘๐๐ บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2497 นางบูด บุญชู โจทก์ นายสิงห์ กล้าสงคราม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบูด บุญชู · จำเลย - นายสิงห์ กล้าสงคราม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · วิเทศจรรยารักษ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายชลอ บุปผเวส · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 5732/2552ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1010/2539ฎีกา 609/2526ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5640/2540ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 469/2531ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 861/2540ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1145/2512ฎีกา 7201/2568ฎีกา 1733/2498ฎีกา 70/2518ฎีกา 1002/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา