คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2497
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับทรัพย์สินที่ยกให้โดยเสน่หาได้ประพฤติเนรคุณอย่างร้ายแรงต่อผู้ให้ ผู้ให้มีสิทธิเรียกทรัพย์สินนั้นคืนได้
ย่อคำพิพากษา
บิดายกทรัพย์ให้แก่บุตรสาวโดยเสน่หาแล้วต่อมาบุตรสาวได้ด่าว่าบิดาว่าเอาบุตรสาวอีกคนหนึ่งเป็นเมีย จึงเป็นการหมิ่นประมาทบิดาผู้ให้อย่างร้างแรง เป็นเหตุให้เรียกถอนคืนหารให้ เพราะผู้รับประพฤติเนรคุณได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทย์ฟ้องว่าเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๙ โจทก์ได้โอนที่ดินแปลงหนึ่งให้แก่จำเลย ซึ่งเป็นบุตรสาวโดยเสน่หา แล้วจำเลยไม่ส่งเสียเลี้ยงดูโจทก์ และได้บังอาจด่าว่าหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง จึงขอให้เพิกถอนการให้ที่แปลงนั้นเสีย
จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ยกที่พิพาทให้โดยมีค่าตอบแทน และจำเลยไม่เคยด่าว่าโจทก์เลย
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ถอนคืนการให้
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกา ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้โอนที่พิพาทให้จำเลยโดยเสน่หา ไม่ได้รับค่าตอบแทนจำเลยโกรธว่าโจทก์จะโอนที่บ้านให้นางสาวชลอบุตรโจทก์ได้ด่าว่าโจทก์ว่า " อ้ายหน้าลิงจุ่น มึงจะเอาอีชลอเป็นเมีย กูไม่นับถือมึงเป็นพ่อต่อไป " ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จำเลยด่าโจทก์ เอาบุตรสาวเป็นเมียนั้น เป็นถ้อยคำที่ไม่มีสตรีคนใดจะพึงกล่าวว่าโจทก์ซึ่งเป็นบิดา จึงเป็นการหมิ่นประมาทอยางร้ายแรง ศาลล่างพิพากษามาชอบแล้ว พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1362/2497
นายดำ พูนเมือง โจทก์
นางสำริด พรายยิ้ม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายดำ พูนเมือง · จำเลย - นางสำริด พรายยิ้ม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายสุมิตร ฟัดทองพรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประจิตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา