⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10552/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10552/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้คำหยาบและกล่าวลำเลิกบุญคุณต่อบิดา ไม่ถือเป็นการประพฤติเนรคุณตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 (2)

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยกล่าวต่อโจทก์ซึ่งเป็นบิดาโดยใช้คำว่ามึงกู เป็นคำหยาบไม่ให้ความเคารพโจทก์ ส่วนข้อความที่ว่า "ถ้ากูไม่ช่วยมึง มึงติดคุกไปนานแล้ว" เป็นการกล่าวเพื่อลำเลิกบุญคุณ ที่จำเลยเคยช่วยเหลือโจทก์ในอดีตเท่านั้น หาใช่เจตนาทำให้โจทก์ต้องเสียชื่อเสียงหรือเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงไม่ คำกล่าวนี้ยังไม่ถึงขนาดที่จะพอฟังได้ว่า จำเลยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 (2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.531

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 169085 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา คืนแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ถอนคืนการให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 169085 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวคืนแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย โจทก์ยกที่ดินโฉนดเลขที่ 169085 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ให้แก่จำเลยโดยเสน่หา มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยพูดกับโจทก์ด้วยถ้อยคำว่า "ถ้ากูไม่ช่วยมึง มึงติดคุกไปตั้งนานแล้ว" หรือไม่ จำเลยฎีกาว่า นางสาวเนตรนภาและนายพิศาลมีเหตุโกรธเคืองกับจำเลย ส่วนนายเจษฎา เป็นลูกจ้างและหลานนายพิศาลย่อมเบิกความเข้าข้างโจทก์ พยานโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังนั้น เห็นว่า การที่พยานเป็นญาติกันหรือมีเหตุโกรธเคืองกันจนอาจมีการเบิกความช่วยเหลือกันได้ก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ข้อที่บ่งชี้ให้เห็นว่าพยานเหล่านั้นเบิกความไม่เป็นความจริง เมื่อพยานแต่ละปากเบิกความได้สอดคล้องต้องกันกับโจทก์ โดยไม่ปรากฏเหตุผลใดที่จะต้องปรักปรำให้ร้ายจำเลยแล้ว คำเบิกความของพยานย่อมมีน้ำหนักให้รับฟัง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 นำคำเบิกความของพยานมารับฟังประกอบคำเบิกความของโจทก์ แล้วเชื่อว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยกล่าวถ้อยคำดังกล่าวนั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น จำเลยฎีกาว่า ถ้อยคำดังกล่าวไม่เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์นั้น เมื่อพิจารณาถ้อยคำดังกล่าวที่จำเลยผู้เป็นบุตรกล่าวต่อโจทก์ผู้เป็นบิดาโดยใช้คำว่ามึงกูนั้น เป็นคำหยาบไม่ให้ความเคารพโจทก์ซึ่งเป็นบิดา ส่วนข้อความที่ว่า "ถ้ากูไม่ช่วยมึง มึงติดคุกไปนานแล้ว" นั้น เป็นการกล่าวเพื่อลำเลิกบุญคุณ ที่จำเลยเคยช่วยเหลือโจทก์ในอดีตเท่านั้น หาใช่เจตนาทำให้โจทก์ต้องเสียชื่อเสียงหรือเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงไม่ คำกล่าวนี้ยังไม่ถึงขนาดที่จะพอฟังได้ว่า จำเลยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 (2) และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10552/2557 ร้อยเอกเธียร สุขวัฒก์ โจทก์ ร้อยตรีพรชัยหรือจ่าสิบเอกพรชัย สุขวัฒก์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยเอกเธียร สุขวัฒก์ · จำเลย - ร้อยตรีพรชัยหรือจ่าสิบเอกพรชัย สุขวัฒก์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มานัส เหลืองประเสริฐ · ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายนิวัฒน์ ปิ่นสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นางสาวมณฑิรา จำนงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2104/2556

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 947/2495ฎีกา 324/2504ฎีกา 1117/2493ฎีกา 737/2523ฎีกา 1728/2534ฎีกา 291/2522ฎีกา 7301/2559ฎีกา 6323/2552ฎีกา 206/2510ฎีกา 3601/2542ฎีกา 119-120/2507ฎีกา 1516/2525ฎีกา 2980/2523ฎีกา 1365/2509ฎีกา 6250/2537ฎีกา 3743/2536ฎีกา 31/2531ฎีกา 166/2496ฎีกา 966/2523ฎีกา 301/2524ฎีกา 375/2527ฎีกา 177/2492ฎีกา 1146-1147/2503ฎีกา 3557/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา