⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1514-1515/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1514-1515/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประพฤติเนรคุณอย่างร้ายแรง เช่น การหมิ่นประมาทผู้ให้ เป็นเหตุให้ผู้ให้มีสิทธิเรียกถอนคืนการให้ได้ และหากผู้รับโอนทรัพย์สินที่ให้แก่บุคคลอื่นโดยไม่สุจริต ผู้ให้มีสิทธิขอเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ในฐานะเจ้าหนี้ที่เสียเปรียบ.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ให้ซึ่งเป็นมารดาผู้รับพูดกับผู้รับว่า อย่าขายที่นาพิพาทเลยผู้รับกลับเถียงว่านาของกู จะขาย จะทำไม มึงยกให้กูแล้วอีแม่หมาๆ อีดอกทอง เมื่อไหร่มึงจะตาย ดังนี้ถือได้ว่าผู้รับได้ประพฤติเนรคุณ โดยหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรงอันเป็นเหตุให้ผู้ให้มีสิทธิเรียกถอนคืนการให้จากผู้รับได้แล้ว การเพิกถอนการให้ด้วยเหตุประพฤติเนรคุณนั้น ผู้ให้ชอบที่จะเรียกถอนการให้ได้นับแต่วันทราบเหตุเนรคุณ ภายในกำหนดอายุความตามมาตรา 533 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หากผู้รับได้โอนกรรมสิทธิ์ ที่นาพิพาทให้บุคคลอื่นซึ่งได้รับโอนโดยไม่สุจริต ผู้ให้มีสิทธิขอเพิกถอนนิติกรรมอันเกิดจากการฉ้อฉลนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา237 โดยถือว่าผู้ให้อยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้และเป็นฝ่ายต้องเสียเปรียบจากการที่ผู้รับผู้เป็นลูกหนี้ทำการโอนกรรมสิทธิ์ที่นาพิพาทนั้นไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.238 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.531 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.533

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ยกที่นาให้จำเลยซึ่งเป็นบุตรโดยเสน่หาต่อมาจำเลยได้ประพฤติเนรคุณหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่นาพิพาทคืนให้โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกล่าวคำก้าวร้าวล่วงเกินโจทก์ ทั้งจำเลยได้โอนขายที่นาพิพาทให้นายปั่น มะลิขาว ไปแล้ว จำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่นาพิพาท ขอให้ยกฟ้อง สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าโจทก์จะยื่นคำฟ้องเรียกที่นาคืนตามสำนวนแรก จำเลยที่ ๑ กลับรีบโอนกรรมสิทธิ์ที่นาพิพาทให้จำเลยที่ ๒ ก่อนโจทก์ยื่นฟ้องสำนวนแรกหนึ่งวัน การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการฉ้อฉลทำให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้พิพากษาเพิกถอนสัญญาซื้อขายที่นาพิพาทระหว่างจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าหนี้ และไม่ใช่เจ้าของนาพิพาท การโอนที่นาพิพาทให้จำเลยที่ ๒ โจทก์ก็ทราบ ไม่คัดค้านประการใด การทำสัญญาซื้อขายได้กระทำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยสุจริตเปิดเผย มีค่าตอบแทน จำเลยที่ ๒ ไม่ทราบว่าจำเลยที่ ๑ ประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ โจทก์เรียกนาคืนจากจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ ขอให้ยกฟ้องห้ามไม่ให้โจทก์เข้าเกี่ยวข้องกับที่นาพิพาท และให้โจทก์ใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องแย้ง และฟังว่าโจทก์ยกที่นาพิพาทให้จำเลยโดยเสน่หา แต่ไม่เชื่อว่าจำเลยกับสามีด่าหมิ่นประมาทโจทก์ ทั้งไม่เชื่อว่าจำเลยทั้งสองลักลอบทำการโอนโดยมีพนักงานเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ ฟังไม่ได้ว่าการโอนที่นาพิพาทเป็นการฉ้อฉล พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่นาพิพาทระหว่างจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยที่ ๑ โอนที่นาคืนให้โจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทราบจากนางจันทร์ว่า จำเลยที่ ๑ จะขายที่นาพิพาทให้จำเลยที่ ๒ โจทก์จึงได้ไปที่บ้านของนางจันทร์แล้วตามจำเลยที่ ๑มาพบจำเลยที่ ๑ มากับนายภูสามี โจทก์พูดกับจำเลยที่ ๑ ว่า อย่าขายที่นาพิพาทเลยจำเลยที่ ๑ ก็เถียงว่า นาของกู กูจะขาย จะทำไม มึงยกให้กูแล้ว อีแม่หมา ๆอีดอกทอง เมื่อไหร่มึงจะตาย ต้องถือว่าจำเลยที่ ๑ ได้ประพฤติเนรคุณโดยหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์มีสิทธิเรียกถอนคืนการให้จากจำเลยที่ ๑นับแต่วันที่มีเหตุเกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๑ ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าโจทก์พยายามขัดขวางไม่ให้จำเลยทั้งสองโอนที่นาพิพาทแก่กัน แต่ไม่เป็นผล พฤติการณ์ที่จำเลยที่ ๒ ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่นาพิพาทไว้เช่นนี้แม้จะมีค่าตอบแทนเป็นการซื้อขายหรือโอนตีใช้หนี้ก็ตาม จะถือว่าจำเลยที่ ๒ได้รับโอนไว้โดยสุจริตไม่ได้ เมื่อกรณีเป็นเช่นนี้ โจทก์จึงชอบที่จะใช้สิทธิเพิกถอนนิติกรรมอันเกิดจากการฉ้อฉลได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๓๗ ทั้งนี้เพราะนิติกรรมการให้โดยเสน่หา เป็นมูลก่อตั้งสิทธิเรียกร้องระหว่างผู้ให้และผู้รับ และการเพิกถอนการให้ด้วยเหตุเนรคุณนั้น ผู้ให้ชอบที่จะเรียกถอนการให้ได้นับแต่วันทราบเหตุเนรคุณภายในอายุความดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๓๓ ถือได้ว่าโจทก์อยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้ และเป็นฝ่ายต้องเสียเปรียบจากการที่จำเลยที่ ๑ ผู้เป็นลูกหนี้ทำการโอนกรรมสิทธิ์ที่นาพิพาทให้จำเลยที่ ๒ ไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1514 - 1515/2516 นางทวาย ไตรสูงเนิน โจทก์ นางลำจวน อุ่นคำ จำเลย นางทวาย ไตรสูงเนิน โจทก์ นางลำจวน อุ่นคำ หรือคำอุ่น ที่ 1 นายปั่น มะลิขาว ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทวาย ไตรสูงเนิน · จำเลย - นางลำจวน อุ่นคำ · โจทก์ - นางทวาย ไตรสูงเนิน · จำเลย - นางลำจวน อุ่นคำ หรือคำอุ่น ที่ 1 นายปั่น มะลิขาว ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสถียร ลิมปิษเฐียร · ถนอม ครูไพศาล · ชุ่ม สุนทรธัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายเดชา สุวรรณโณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสงวน สิทธิไชย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 324/2504ฎีกา 19883/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 886/2515ฎีกา 52/2527ฎีกา 2161/2538ฎีกา 5059/2538ฎีกา 5444/2551ฎีกา 1016-1018/2477ฎีกา 2345/2540ฎีกา 180/2502ฎีกา 1145/2495ฎีกา 597/2513ฎีกา 206/2510ฎีกา 3601/2542ฎีกา 635/2511ฎีกา 6239/2555ฎีกา 310/2534ฎีกา 1516/2525ฎีกา 2269/2543ฎีกา 4144/2552ฎีกา 5207/2545ฎีกา 14934/2557ฎีกา 7247/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา