⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3081/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3081/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับการให้ด่าผู้ให้ซึ่งเป็นมารดาว่า "อีสำเพ็ง อีหัวหงอก กูไม่ให้อยากจะได้ให้ไปฟ้องร้องเอา" ถือเป็นการประพฤติเนรคุณอย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 (2) ผู้ให้จึงสามารถเรียกถอนคืนการให้ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยกที่ดินให้จำเลย และให้จำเลยยืมเงินอีกจำนวนหนึ่ง ต่อมาโจทก์ไปทวงเงินคืนจากจำเลย จำเลยไม่ยอมคืนกลับด่าโจทก์ผู้เป็นมารดาว่า "อีสำเพ็ง อีหัวหงอก กูไม่ให้อยากจะได้ให้ไปฟ้องร้องเอา" การกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ตามความหมายของ ป.พ.พ. มาตรา 531 (2) อันเป็นการประพฤติเนรคุณ โจทก์เรียกถอนคืนการให้ที่ดินได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.531

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นมารดาจำเลย โจทก์และนายดำได้ยกที่ดินตาม ส.ค.๑เลขที่ ๑๗๓ ปัจจุบันมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ ๑๖๒๐ และโจทก์ได้ยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ ๑๔๔๐ ให้แก่จำเลย ต่อมาจำเลยบอกปัดไม่ยอมให้ความอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ในขณะที่โจทก์ตกเป็นผู้ยากไร้และจำเลยสามารถจะให้ได้ และได้ด่าโจทก์อันเป็นการหมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง ขอให้จำเลยคืนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ ๑๖๒๐ เฉพาะส่วนของโจทก์ครึ่งหนึ่ง และเลขที่ ๑๔๔๐ โดยให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนให้แก่โจทก์ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ศาลพิพากษา หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยหมิ่นประมาทโจทก์ และไม่เคยบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นสำหรับเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ โจทก์มิใช่ผู้ยากไร้ และโจทก์ยกที่ดินให้จำเลยตามหน้าที่ธรรมจรรยาของมารดา ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกคืน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้โจทก์มีสิทธิครอบครองร่วมกับจำเลยในที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ ๑๖๒๐ และให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ ๑๔๔๐ ตามฟ้องให้โจทก์ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาในข้อแรกว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๑ (๒)หรือไม่ โจทก์เบิกความว่า เมื่อเดือนเจ็ด พ.ศ.๒๕๓๑ โจทก์ไปทวงเงิน ๒,๔๐๐ บาท คืนจากจำเลย จำเลยไม่ยอมคืนและด่าว่า "อีสำเพ็ง อีหัวหงอก กูไม่ให้ อยากจะได้ให้ไปฟ้องร้องเอา"เห็นว่า ถ้าจำเลยด่าโจทก์ผู้เป็นมารดาด้วยถ้อยคำดังกล่าวจริง การกระทำของจำเลยก็ถือได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๑ (๒) อันเป็นการประพฤติเนรคุณที่โจทก์จะเรียกถอนคืนการให้ที่ดินที่โจทก์ยกให้จำเลยได้ และวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ไปทวงเงิน ๒,๔๐๐ บาท คืนจากจำเลยจำเลยไม่ยอมคืนแล้วด่าโจทก์ด้วยถ้อยคำดังที่โจทก์เบิกความจริง การกระทำของจำเลยเป็นการประพฤติเนรคุณโจทก์ตามบทกฎหมายที่กล่าวแล้ว โจทก์เรียกที่ดินที่ยกให้คืนได้ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยว่า จำเลยได้บอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ในเวลาที่โจทก์ยากไร้และจำเลยยังสามารถจะให้ได้หรือไม่ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3081/2535 นางอ่วม ปลั่งกลาง โจทก์ นางดี ร่มรื่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอ่วม ปลั่งกลาง · จำเลย - นางดี ร่มรื่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ · บุญสิน ตุลากัน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายเสงี่ยม คชาธาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 947/2495ฎีกา 324/2504ฎีกา 1117/2493ฎีกา 737/2523ฎีกา 1728/2534ฎีกา 291/2522ฎีกา 7301/2559ฎีกา 6323/2552ฎีกา 206/2510ฎีกา 3601/2542ฎีกา 119-120/2507ฎีกา 1516/2525ฎีกา 2980/2523ฎีกา 1365/2509ฎีกา 6250/2537ฎีกา 3743/2536ฎีกา 31/2531ฎีกา 166/2496ฎีกา 966/2523ฎีกา 301/2524ฎีกา 375/2527ฎีกา 177/2492ฎีกา 1146-1147/2503ฎีกา 10552/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา