⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1661/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1661/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยนำความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่าถูกปล้น เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้แก่ลูกค้า ไม่สามารถฟังได้ว่าจำเลยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้สลากกินรวบ โดยอาศัยเพียงพยานหลักฐานที่แสดงว่าจำเลยไม่ได้ถูกปล้น หรือการสันนิษฐานว่าจำเลยไม่ต้องการจ่ายเงินให้ลูกค้า

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กล่าวฟ้องจำเลยในข้อหา 2 ข้อ คือเป็นเจ้ามือเล่นการพนันสลากกินรวบและเอาความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่าถูกปล้น ซึ่งไม่เป็นความจริง โดยเพทุบายว่าถูกปล้น เพื่อไม่ต้องใช้เงินแก่ลูกค้านั้น จะอาศัยพะยานโจทก์ที่ให้ความเห็นและข้อสันนิษฐานว่าจำเลยไม่ถูกปล้นมาวินิจฉัยฟังเอาว่าความที่จำเลยนำมาแจ้งนั้นเป็นความเท็จยังไม่ได้ และจะอนุมาณเอาจากการที่ว่าจำเลยไม่ต้องการจ่ายเงินให้ลูกค้าก็ยังไม่ได้ในเมื่อข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยเป็นเจ้ามือนั้นฟังไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.118 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกับพวกเล่นการพนันสลากกินรวบพนันเอาทรัพย์สินกันโดยจำเลยใช้วิธีเล่นขายเบอร์ให้แก่ลูกค้าโดยถือเอาเลขท้ายสองตัวของสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งออกในวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๔๙๖ เป็นเบอร์ที่ถูก และในวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๔๙๖ จำเลยได้แจ้งความเท็จร้องเรียนกล่าวโทษผู้อื่นต่อนายกลมกำนันและจ่านายสิบตำรวจบุญยงค์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานว่าจำเลยถูกปล้นทรัพย์ คนร้ายเอาเงินไป ๔๑๐๐ บาทกับปากกาหมึกซึม ๑ ด้าม ซึ่งความจริงไม่มีการปล้นรายนี้จำเลยเพทุบายว่าถูกปล้นเพื่อไม่ต้องใช้เงินแก่ลูกค้าที่ถูกสลากที่จำเลยเป็นเจ้ามือในการเล่นการพนันสลากกินรวม ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๑๘,๑๕๘ และพระราชบัญญัติการพะนัน จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหา ในประเด็นข้อแรกที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเล่นการพนันสลากกินรวบนั้นศาลชั้นต้นเห็นว่าพะยานโจทก์ไม่พอลงโทษ คงฟังว่าจำเลยแจ้งความซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๑๘ ให้จำคุกจำเลย ๓ เดือน ข้อหานอกนั้นให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าในข้อหาว่าจำเลยเล่นการพนันสลากกินรวบนั้นเป็นยุติเพราะโจทก์จำเลยมิได้อุทธรณ์ในข้อนี้ ส่วนในข้อหาว่าจำเลยแจ้งความเท็จศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยไม่ได้ถูกคนร้ายปล้น จึงฟังไม่ได้ว่าคำแจ้งความของจำเลยเป็นเท็จ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มีแต่คำนายกลมกำนันและจ่านายสิบตำรวจบุญยงค์ที่มีความเห็นและสันนิษฐานเอาว่าไม่มีการปล้นทรัพย์ดังที่จำเลยแจ้งความกล่าวคือนายกลมให้การว่า "ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าจะมีการปล้นกันจริงหรือไม่" จ่านายสิบตำรวจบุญยงค์ให้การว่า "ข้าพเจ้าได้สืบสวนเรื่องปล้นต่อมาได้ความว่าไม่มีการปล้นจริง" เพียงเท่านี้จะฟังเอาว่าความที่จำเลยมาแจ้งว่าจำเลยถูกปล้นเป็นความเท็จยังไม่ได้ จะอนุมาณเอาจากการที่ว่าจำเลยไม่ต้องการจ่ายเงินให้ผู้แทงสลากกินรวบที่จำเลยเป็นเจ้ามือก็ยังไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยเป็นเจ้ามือนั้นฟังไม่ได้ พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1661/2497 พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม โจทก์ นายสีตาล สุทธิสาร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม · จำเลย - นายสีตาล สุทธิสาร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครพนม - นายบุญชัย สยามเนตร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิจิตร เนติศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 2414/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา