⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 987/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 987/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความตกลงกันไม่ได้ในข้อกำหนดสำคัญของสัญญาเช่าที่ต้องตกลงกันเอง สัญญาเช่าจึงไม่เกิด คู่กรณีจึงไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในทรัพย์สินนั้นต่อไปตามสัญญาเช่าที่ไม่ได้เกิดขึ้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลว่าจำเลยยอมยกห้องแถว 2 ชั้นของจำเลย ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดที่ 2649 ของโจทก์ ให้แก่โจทก์ และโจทก์ยอมจะให้จำเลยเช่าต่อไปโดยกำหนดเวลาเช่า สุดแต่จะตกลงกันเอง เมื่อปรากฎว่าโจทก์จำเลยตกลงกันไม่ได้ ในเรื่องกำหนดเวลาเช่าจนเวลาล่วงเลยมาเกือบ 3 ปี นับแต่ทำยอมกัน ทั้งจำเลยไม่มีสัญญาเช่าต่อกัน จำเลยไม่มีสิทธิจะอยู่ในบ้านนั้นต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.257 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.357 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.366

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๔๙๔ จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลในคดีแพ่งแดงที่ ๑๐๐๙/๒๔๙๔ ว่าจำเลยยอมยกห้องแถว ๒ ชั้นเลขที่ ๑๘๒/๒ ของจำเลยซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดที่ ๒๖๔๙ ของโจทก์ให้แก่โจทก์ จะไปทำหนังสือโอนกรรมสิทธิให้แก่โจทก์ภายใน ๑ เดือนแล้วโจทก์ยอมจะให้จำเลยเช่าต่อไป โดยกำหนดเวลาเช่าสุดแต่จะตกลงกันเองในอัตราค่าเช่าเดือนละ ๘๐ บาท โจทก์จำเลยจะได้ทำสัญญาเช่าต่อกันภายใน ๑ เดือน นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมต่อมาจำเลยเพิ่งได้ไปทำสัญญาโอนกรรมสิทธิที่ห้องแถวให้เมื่อ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๔ ส่วนคนเช่าโจทก์พยายามเตือนให้จำเลยมาทำสัญญา โดยโจทก์จะยอมให้เช่า ๑ ปีนับแต่วันโอนกรรมสิทธิห้องแถวซึ่งเป็นการผ่อนผันให้จำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่มาทำสัญญาเช่า ทั้งค่าเช่าเดือนละ ๘๐ บาทจำเลยก็ไม่ชำระ โจทก์ให้ทนายเดือนไปจำเลยให้ทนายมาติดต่อว่าจะมาทำสัญญาแล้วก็หามาทำไม่ ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารและให้ส่งมอบห้องพิพาทให้โจทก์ในสภาพอันดี จำเลยรับว่าได้ทำสัญญาประนีประนอมกับโจทก์จริง แต่ยังไม่ได้ทำสัญญาเช่า เพราะโจทก์ จะให้เช่าเพียง ๑ ปี แต่จำเลยขอร้องให้เป็น ๓ ปีหรือ ๒ ปี ครั้งสุดท้ายจำเลยยอมจะเช่า ๑ ปี แต่ขอให้นับแต่วันทำสัญญาเช่า แต่โจทก์ไม่ยอม ในวันพิจารณาคู่ความรั่บกันว่า เมื่อทำสัญญาประนีประนอมแล้ว โจทก์จำเลยได้เจรจาเพื่อจะทำสัญญาเช่ากัน โจทก์จะให้เช่าเพียง ๑ ปี แต่จำเลยจะขอเช่า ๒ หรือ ๓ ปี จึงไม่ได้ทำสัญญากัน ต่อมาฝ่ายจำเลยยอมทำสัญญาเช่า ๑ ปีแต่ขอให้นับวันทำสัญญาเป็นต้นไป แต่โจทก์จะให้นับแต่วันจำเลยโอนห้องให้ จึงยังมิได้ทำสัญญาเช่ากันจนโจทก์มาฟ้อง และจำเลยยังไม่ได้ชำระค่าเช่าจริง ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าเมื่อโจทก์ จำเลยไม่ตกลงทำสัญญาเช่ากัน เพราะเกี่ยงกำหนดเวลากันอยู่ จึงถือว่าไม่มีสัญญาเช่าต่อกัน พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกจากห้องพิพากษาภายใน ๒๐ วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา แต่ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาข้อ ๒ (๑) เป็นฎีกาคำพิพากษาของศาลแพ่งไม่รับ นอกนั้นรับ ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ ๒(๒) ซึ่งจำเลยคัดค้านว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีนอกสัญญายอม โดยวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิกำหนดเวลาเช่านั้น ศาลฎีกาเห็นว่าแม้สัญญายอมจะไม่มีข้อความดังจำเลยกล่าวก็ดี แต่ก็หาช่วยให้คดีของจำเลยดีขึ้นไม่ เมื่อปรากฎว่าโจทก์จำเลยตกลงวันกำหนดเวลาการเช่าไม่ได้ จนล่วงหน้ามาเกือบ ๓ ปีแล้วก็เป็นเรื่องที่ต้องถือว่าไม่มีการเช่าต่อกัน ทั้งจำเลยไม่ได้เสียค่าเช่ามาเกือบ ๓ ปีแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิจะอยู่ในบ้านนั้นต่อไปไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องผิดสัญญากันหรือไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 987/2497 นายประสิทธิ โยธาสมุทรที่ 1, นายสละ โยธาสมุทรที่ 2, นางชื่น สิทธิวนิชที่ 3, โจทก์ นางสมศรี ทวีลาภ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสิทธิ โยธาสมุทรที่ 1, นายสละ โยธาสมุทรที่ 2, นางชื่น สิทธิวนิชที่ 3, · จำเลย - นางสมศรี ทวีลาภ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - หลวงพิชิตปฎิภาณ · ศาลอุทธรณ์ - นายเย็น มีเมศกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2036/2542ฎีกา 5281/2540ฎีกา 294/2515ฎีกา 2294/2541ฎีกา 2866/2524ฎีกา 6866/2552ฎีกา 2682/2519ฎีกา 5343/2542ฎีกา 185/2546ฎีกา 2837/2522ฎีกา 1302/2513ฎีกา 3532/2532ฎีกา 2639/2515ฎีกา 581/2523ฎีกา 1634/2526ฎีกา 3713/2545ฎีกา 2802/2523ฎีกา 1045/2496ฎีกา 775/2473ฎีกา 2640/2534ฎีกา 2051/2525ฎีกา 6434/2544ฎีกา 1599/2522ฎีกา 8898/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา