คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1720/2498
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การแสดงตนว่าเป็นเจ้าพนักงานหรือผู้มีอิทธิพลโดยที่ตนเองไม่ได้เป็นจริง และหลอกลวงเอาทรัพย์สินไป ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง
* การทำปลอมซึ่งเอกสารราชการ แม้จะไม่มีแบบเอกสารที่แท้จริงมาก่อน ก็ถือเป็นความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ
* การระบุสถานที่เกิดเหตุในฟ้องคดีอาญา หากข้อเท็จจริงที่ได้ความแตกต่างกันแต่ไม่ทำให้จำเลยหลงต่อสู้ และไม่กระทบต่อการพิจารณาคดี ศาลจะลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความก็ได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยแสดงตนว่าเป็นแพทย์และพ่อตาจำเลยเป็นแพทย์ใหญ่แม้ความจริงจำเลยและพ่อตาไม่ได้เป็นแพทย์แต่ผู้เสียหายหลงเชื่อให้เงินจำเลยไปเพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือบุตรผู้เสียหาย จำเลยย่อมมีผิดตาม ม.123
ปลอมสำเนาหนังสือราชการซึ่งทำให้เห็นว่าเป็นสำเนาหนังสือที่เจ้าหน้าที่เรียบเรียงและรับรองว่าเป็นสำเนาอันแท้จริง แม้ความจริงจะไม่มีแบบหนังสือที่แท้จริงนั้นก่อนก็ตามก็ยังคงเป็นผิดตาม ม.224
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยแสดงตนว่าเป็นคนสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงาน ผู้เสียหายหลงเชื่อให้เงินจำเลยไปเหตุเกิดที่ตำบล ก. แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยพูดแสดงตนเป็นคนสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงานที่ตำบล ข.แต่ได้รับเงินจากผู้เสียหายที่ตำบล ก. เช่นนี้ฟ้องของโจทก์หาผิดตำบลที่เกิดเหตุไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้แสดงตนว่าเป็นบุตรเขยนายแพทย์ ร.พ.ทหารเรือต่อนางปาน แซ่โจ และนายอี แซ่อึ้ง และรับทรัพย์ไปจากบุคคลทั้งสองโดยจำเลยอ้างว่าจะให้แพทย์ทำรายงานตรวจโรคว่าบุตรของบุคคลทั้งสองว่าเป็นโรคติดต่อ แล้วปลดออกจากการเป็นทหาร ต่อมาจำเลยได้ทำหนังสือปลอมโดยจำเลยลงลายมือชื่อ ร.ท.นวม เกษรุ่ง ปลอมรับรองสำเนาหนังสือราชการของกรมนาวิกโยธินแล้วจำเลยเอาหนังสือปลอมนั้นไปให้แก่นางปาน แซ่โจ ๆ จึงได้จ่ายเงินให้แก่จำเลยไป ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๑๒๓,๒๒๒,๒๒๔,๒๒๒,๒๒๗,๓๐๔,๗๑
จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี
ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒ เห็นว่าความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความแล้ว พิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ม.๑๒๓ จำคุก ๖ เดือน และตาม ม.๒๒๒,๒๒๔ จำคุก ๑ ปี
จำเลยอุทธรณ์ ศาลทหารกลางพิพากษาแก้เฉพาะกะทงที่สองว่าจำเลยผิด ก.ม.อาญา ม.๒๒๔ จำคุก ๑ ปี
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า (๑) การที่จำเลยพูดว่าจำเลยเป็นหมอแพทย์ พ่อตาจำเลยเป็นหมอใหญ่ ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นดังนั้นก็ตามคำกล่าวอ้างนั้นทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและมอบเงินให้จำเลยไป การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๑๒๓
(๒) ที่จำเลยว่าฟ้องโจทก์ข้อ ๑ ก.ผิดตำบลที่เกิดเหตุนั้นศาลฎีกาเห็นว่าหาผิดไม่ เพราะจำเลยพูดแสดงตนว่าเป็นคนสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงานให้นางอี้ ให้เงินจำเลยที่ตำบลหนองครกแล้วรุ่งขึ้นนางอี้ก็มอบเงินให้คนเอาไปให้จำเลยรับที่ตำบลพนัสนิคม การกระทำผิดเกี่ยวเนื่องติดต่อกัน ฟังได้ว่าเหตุเกิดที่ตำบลพนัสนิคมดังฟ้องโจทก์
(๓) ที่จำเลยโต้แย้งว่าการปลอมหนังสือราชการต้องปรากฎว่ามีแบบที่แท้จริงก่อนนั้นเห็นว่าสำเนาหนังสือราชการปลอมที่จำเลยทำขึ้นนั้นทำให้เห็นว่าเป็นสำเนาหนังสือที่เจ้าหน้าที่เรียบเรียงและรับรองว่าเป็นสำเนาอันแท้จริงตรงตาม ก.ม.อาญา ม.๖(๑๙) ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1720/2498
อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 2 โจทก์
จ่าโท ภูธร พิมพ์ทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 2 · จำเลย - จ่าโท ภูธร พิมพ์ทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรง. |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา