⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 267/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นเพื่อบังคับตามพินัยกรรมที่เป็นโมฆะ ย่อมสมบูรณ์และมีผลบังคับได้ หากพินัยกรรมนั้นไม่มีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และสัญญาประนีประนอมนั้นไม่ถูกกฎหมายห้ามไว้

ย่อคำพิพากษา

ทายาทตามพนัยกรรมตกลงกันทำสัญญาปราณีประนอมยอมความว่าให้ถือเอาตามพินัยกรรมซึ่งตามกฎหมายเป็นโมฆะแล้วนั้นใช้บังคับได้ สัญญานั้นย่อมสมบูรณ์มีผลบังคับได้ เพราะพินัยกรรมนั้นไม่ได้มีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนและสัญญาปราณีประนอมนั้น ก็ไม่ต้องห้ามตามบทกฎหมายใด ๆ โจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีสิทธิได้รับมรดกตามพินัยกรรม เพราะจำเลยทำสัญญาปราณีประนอมยอมความให้ถือเอาตามพินัยกรรมนั้นแล้ว จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยทำสัญญาโดยสำคัญผิดว่าพินัยกรรมนั้นเป็นของแท้จริงและถูกต้องตาม ก.ม.ประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งจำเลยต่อสู้ว่า สามีจำเลยได้บอกล้างนิติกรรมที่จำเลยได้กระทำไปโดยมิได้รับความยินยอมแล้วเช่นนี้ จำเลยซึ่งเป็นผู้กล่าวอ้างต้องนำสืบก่อน เมื่อไม่สืบก็ไม่มีข้อเท็จจริงจะวินิจฉัยตามข้อต่อสู้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.85 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่านางเฮียง เล็กประยูร ยายของโจทก์จำเลยได้ทำพินัยกรรมฉบับสุดท้ายยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้โจทก์จำเลยคนละครึ่ง เมื่อนางเฮียงตาย จำเลยกลับคัดค้านว่าจำเลยเป็นผู้ได้รับมรดกแต่ผู้เดียวตามพินัยกรรมลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๔๘๖ และว่าพินัยกรรมลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๔๙๒ ไม่สมบูรณ์ เพราะนายอ่อนสามีโจทก์เป็นพะยานในพินัยกรรม ความจริงโจทก์และนายอ่อนได้หย่าขาดกันก่อนวันนางเฮียงทำพินัยกรรมฉบับหลังแล้ว แต่อย่างไรก็ดีโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาปราณีประนอมยอมความกันรับตามพินัยกรรมฉบับสุดท้ายแล้ว ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิได้รับมรดกตามพินัยกรรม จำเลยให้การว่าเมื่อนางเฮียงตายโจทก์อ่านพินัยกรรมลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๔๙๒ ให้จำเลยฟัง จำเลยไม่ได้ดูพินัยกรรม หลงเชื่อว่าเป็นของนางเฮียงจริง และสมบูรณ์ตามกฎหมายจึงได้ลงชื่อในหนังสือตามสำเนาท้ายฟ้อง ภายหลังจึงทราบว่าพินัยกรรมไม่สมบูรณ์เพราะพะยานในพินัยกรรมเป็นสามีโจทก์ ฉะนั้นหนังสือที่จำเลยเซ็นตามสำเนาท้ายฟ้องจึงไม่สมบูรณ์เพราะจำเลยสำคัญผิด จำเลยได้บอกล้างแล้ว และจำเลยเซ็นชื่อไปโดยนายจำรูญสามีจำเลยมิได้ยินยอม นายจำรูญได้บอกล้างไปยังโจทก์แล้ว คู่ความรับกันตามรายงานพิจารณาว่า พินัยกรรมลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๔๙๒ นางเฮียงได้ทำไว้จริง ปัญหาที่ว่าโจทก์และสามียังเป็นสามีภรรยากันหรือไม่ในขณะทำพินัยกรรมนั้นโจทก์จำเลยขอให้ถือเอาคำพะยานในสำนวนคดีแพ่งเลขแดงที่ ๔๘๐/๒๔๙๓ ของศาลแขวงพระนครใต้ และรับว่าสำนักงานกลางกระทรวงมหาดไทยได้รับสำเนาทะเบียนหย่าจากคณะกรมการอำเภอตะพานหินภายหลังนายปานจิตรเบิกความในสำนวนคดีแพ่งแดงที่ ๔๘๐/๒๔๙๒ แล้ว จำเลยรับว่าหนังสือลงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๒ โจทก์จำเลยได้ทำกันไว้จริง โจทก์ยอมรับว่าสามีจำเลยได้บอกล้างไปยังนายอ่อน และนายเชาวน์แล้วแต่โจทก์ไม่ทราบ คู่ความตกลงไม่สืบพะยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาเป็นใจความสำคัญ ๒ ข้อ คือ (๑) ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์กับนายอ่อนได้หย่าขาดจากกันแล้วในขณะนางเฮียงทำพินัยกรรมฉบับที่โจทก์ฟ้อง (๒) โจทก์ได้สิทธิตามสัญญาปราณีประนอม ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงแห่งคดีฟังไม่ได้ว่าโจทก์กับนายอ่อนได้หย่าขาดจากกันก่อนนางเฮียงถึงแก่กรรม ฎีกาโจทก์ที่ว่าพินัยกรรมสมบูรณ์จึงตกไป ส่วนฎีกาข้อต่อไปนั้นเห็นว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องอ้างสิทธิจากสัญญาปราณีประนอมยอมความด้วย จำเลยมิได้ปฏิเสธและนำสืบจ่าไม่ใช่สัญญาปราณีประนอมยอมความ จึงต้องฟังว่าเป็นสัญญาปราณีประนอมยอมความ ปัญหาคงมีว่าที่ตกลงจะขอถือเอาตามข้อกำหนดในพินัยกรรมที่เป็นโมฆะนั้นจะใช้ได้หรือไม่ เห็นว่าพินัยกรรมนี้ที่เป็นโมฆะ ก็เพราะสามีของผู้รับพินัยกรรมลงชื่อเป็นพะยานขัดต่อมาตรา ๑๖๕๓ หาใช่เพราะวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีไม่ ฉะนั้นสัญญาปราณีประนอมจึงใช้ได้ไม่ต้องห้ามตามกฎหมายบทใดตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่าจำเลยลงชื่อในหนังสือนั้นโดยสำคัญผิดว่าเป็นพินัยกรรมที่แท้จริง และถูกต้องตามกฎหมายก็ดี นิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ สามีจำเลยได้บอกล้างแล้วก็ดี จำเลยเป็นผู้กล่าวอ้างขึ้นจึงต้องนำสืบ แต่จำเลยไม่สืบพะยานจึงไม่มีข้อเท็จจริงจะวินิจฉัยข้อต่อสู้ของจำเลยได้ พิพากษากลับว่าโจทก์มีสิทธิได้รับมรดกของนางเฮียงตามพินัยกรรมฉบับลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๔๙๒ โดยอาศัยอำนาจแห่งสัญญาปราณีประนอมยอมความที่ทำขึ้นนั้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2498 นางสำนวน สังขกร โจทก์ นางสำเนียง โชติรัต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสำนวน สังขกร · จำเลย - นางสำเนียง โชติรัต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายใจ นาคเสวี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประศาสน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3245/2534ฎีกา 2135/2518ฎีกา 548/2522ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2657/2534ฎีกา 70/2518ฎีกา 3024/2528ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 4541/2550ฎีกา 1816/2534ฎีกา 2635/2527ฎีกา 234/2491ฎีกา 380/2530ฎีกา 3115/2529ฎีกา 7/2539ฎีกา 8224/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา