⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 676-689/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676-689/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้เช่าที่ถูกรบกวนขัดสิทธิ์ในการครอบครองทรัพย์สินที่เช่า ชอบที่จะขอให้ผู้ให้เช่าเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมได้ แต่ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้รบกวนโดยลำพัง * การคัดค้านค่าธรรมเนียมที่ศาลชั้นต้นเรียกไปแล้ว หากมิได้โต้แย้งไว้แต่แรก ศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัยให้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เช่าตึกจากสำนักงานทรัพย์สิน ฯ แล้วเข้าครอบครองทรัพย์ที่เช่าไม่ได้ โดยมีผู้รบกวนขัดสิทธิ์ โจทก์ชอบที่จะขอให้ศาลเรียกผู้ให้เช่าเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมด้วยได้ตาม ป.พ.พ.ม. 477 และ 549 แต่หามีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่โดยลำพังไม่ ค่าธรรมเนียมที่ศาลชั้นต้นเรียกแล้ว ถ้ามิได้ได้แย้งไว้แต่แรก จะมาคัดค้านในชั้นศาลฎีกา ๆ ย่อมไม่รับวินิจฉัยให้ เมื่อสำนักงานทรัพย์สิน ฯ ผู้ให้เช่าถูกหมายเรียกเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม ย่อมมีสิทธิดำเนินคดีในฐานะเป็นโจทก์เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนแล้วก็ไม่จำเป็นยื่นฟ้องใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.477 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.549

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้ง ๑๔ สำนวนนี้ศาลรวมพิจารณาพิพากษาโจทก์ฟ้องว่าได้เช่าตึกเลขที่ ๘๖๙ ถึง ๘+๗ จากสำนักงานทรัพย์สินแต่ไม่สามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้ โดยจำเลยทั้ง ๑๔ สำนวนนี้เข้าอยู่เสียก่อนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากสำนักงานทรัพย์สิน ให้โจทก์ฟ้องเอง ขอให้ขับไล่ ในวันฟ้องโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอและสำนักงานทรัพย์สิน ฯได้เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมด้วย จำเลยต่างให้การว่าได้เช่าตึกพิพาทจากนายจิงลิ้มอยู่อาศัยกว่า ๒๐ ปี ได้รับความคุ้มคครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าและตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่ได้ครอบครอง ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าตั้งแต่โจทก์เช่าจากสำนักงานทรัพย์สินโจทก์ไม่เคยครอบครองตึกพิพาทเลยจึงไม่มีอำนาจฟ้องเองได้จึงไม่มีฟ้องที่สมบูรณ์ที่สำนักงานทรัพย์สิน ฯ จะเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจากคำแถลงของคู่ความในวันชี้สองสถานเป็นเรื่องที่จำเลยเช่าช่วงตึกที่พิพาทจากนายจิงลิ้มผู้เช่าเดิม และคงมิใช่การเช่าช่วงโดยข้อตกลงในสัญญาเช่ายังไม่พอเป็นการเช่าช่วงตาม ก.ม. จึงไม่มีสิทธิส่วนโจทก์มีสิทธิที่ครอบครองตึกพิพาทตลอดระยะสัญญาเช่า การที่จำเลยไม่ให้โจทก์เข้าอยู่ในห้องพิพาทจึงเป็นการโต้แย้งสิทธิ โจทก์จึงมีสิทธิโดยลำพังตนเองที่จะฟ้องขับไล่เพื่อจะได้ครอบครองที่นั้นตามสัญญาเช่า หรือจะขอให้ศาลเรียกผู้ให้เช่าเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมก็ได้ จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลย ๑๔ สำนวนฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าการที่โจทก์เช่าตึกพิพาทจากสำนักงานทรัพย์สิน ฯ แล้วเข้าครอบครองทรัพย์ที่เช่าไม่ได้โดยมีผู้ขัดขวางโจทก์หามีสิทธิจะฟ้องขับไล่โดยลำพังตนเองไม่ แต่ชอบที่จะขอให้ศาลเรียกผู้ให้เช่าเข้ามาร่วมเป็นโจทก์ด้วยได้ตาม ป.พ.พ.ม. ๔๗๗ และ ๕๔๙ เมื่อสำนักงานทรัพย์สินฯ ผู้ให้เช่าได้รับหมายเรียกของศาลตาม ป.วิ.แพ่ง ม. ๕๗ ข้อ ๓ ย่อมมีสิทธิดำเนินคดีในฐานะเป็นโจทก์เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนได้ ไม่จำต้องยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่ ที่จำเลยคัดค้านว่าสำนักงานทรัพย์สินฯเข้ามาเป็นโจทก์เพียงแต่เสียค่าคำร้องไม่ได้เสียค่าธรรมเนียมดังเช่นเป็นโจทก์ฟ้องย่อมไม่ชอบนั้น เห็นว่าค่าธรรมเนียมจะเรียกอย่างไรเป็นเรื่องของศาลชั้นต้น จำเลยมิได้โต้แย้งไว้แต่แรก เพิ่งมาคัดค้านในชั้นศาลนี้ไม่รับวินิจฉัย จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676 - 689/2498 นางชมโชค หยกมณี โจทก์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตรย์ โจทก์ร่วม นายบุ่งคัง แซ่โซว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชมโชค หยกมณี · โจทก์ร่วม - สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตรย์ · จำเลย - นายบุ่งคัง แซ่โซว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยการณ์โกวิท · นนทปัญญา · นนทประชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายประเสริฐ พิพัฒนกุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒินัยเนติศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 4410/2528ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 602/2488ฎีกา 1627/2505ฎีกา 8119/2540ฎีกา 9188/2538ฎีกา 247/2501ฎีกา 495/2545ฎีกา 679/2506ฎีกา 6343/2551ฎีกา 2962/2543ฎีกา 573/2500ฎีกา 249/2503ฎีกา 4355/2548ฎีกา 3077/2524ฎีกา 1430-1432/2510ฎีกา 4085/2559ฎีกา 2491-2493/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา