⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 797/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นิติกรรมที่ลูกหนี้ทำขึ้นโดยเจตนาให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เป็นโมฆะ เจ้าหนี้สามารถร้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ และเจ้าหนี้สามารถใช้สิทธิเรียกร้องแทนลูกหนี้ได้หากลูกหนี้ละเลยไม่ใช้สิทธิของตนเองจนเป็นเหตุให้เจ้าหนี้เสียประโยชน์

ย่อคำพิพากษา

เมื่อปรากฎว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาทำนิติกรรมปลดหนี้ให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นแม่ลูกกันโดยที่ต่างก็รู้อยู่ว่าเป็นการทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เจ้าหนี้ก็ชอบที่จะร้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมปลดหนี้นั้นเสียได้ การที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นไม่ยอมใช้สิทธิเรียกร้องแก่บุคคลที่ 3 อันเป็นเหตุให้เจ้าหนี้เสียประโยชน์เจ้าหนี้ย่อมร้องแทนลูกหนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.233 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาคดีแดงที่ ๔๔/๒๔๙๕ จำเลยที่ ๒ เป็นบุตรจำเลยที่ ๑ เดิมเป็นหนี้จำเลยที่ ๑ ตามคำพิพากษาคดีแดงที่ ๒๐/๒๔+ จำเลยที่ ๑ ทำนิติกรรมปลดหนี้ให้จำเลยที่ ๒ โดยเสน่หา โดยจำเลยทั้งสองรู้อยู่ว่าทำให้โจทก์เสียเปรียบ เป็นการฉ้อฉลทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการปลดหนี้ระหว่างจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เพื่อชำระให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ ไม่ยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้ทำนิติกรรมปรานีประนอมยอมความโดยต่างมีค่าตอบแทนมิใช่ให้โดยเสน่หา และไม่ทราบว่าจำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์ จำเลยที่ ๑ ยังมีทรัพย์อื่นอีก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมปลดหนี้หรือยอมความระหว่างจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ (ม.๒๓๗) โดยข้อเท็จจริงว่านิติกรรมยอมความนั้นไม่มีค่าตอบแทนและจำเลยที่ ๒ รู้อยู่ว่าจำเลยที่ ๑ เป็นหนี้ด่าว่าความโจทก์ตามคำพิพากษา และให้โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องแทนจำเลยที่ ๑ ได้ ให้จำเลยที่ ๒ ชำระหนี้โจทก์ตามจำนวนที่จำเลยที่ ๑ ต้องชำระโจทก์ แต่ไม่เกิน ๖,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์นำสืบไม่สมว่าจำเลยที่ ๑ ได้ทำนิติกรรมปลดหนี้ให้จำเลยที่ ๒ ตามคดีแพ่งแดงที่ ๒๐/๒๔+ โดยเสน่หา แต่กลับได้ความจากจำเลยที่ ๑ ว่าจำเลยที่ ๑ ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท แต่ก็ยังน้อยกว่าที่จำเลยที่ ๒ จะต้องชำระให้จำเลยที่ ๑ ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาทเศษ ซึ่งเป็นจำนวนมากอยู่ โดยจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ รู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ ๑ อยู่ตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๘/๒๔๙๕ เสียเปรียบทั้งนี้ เพราะจำเลยที่ ๒ เป็นบุตรจำเลยที่ ๑ โจทก์ชอบที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมระหว่างจำเลยทั้ง ๒ เสียได้ตาม ป.พ.พ.ม. ม. ๒๓๗ เมื่อจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกหนี้ โจทก์ไม่ยอมใช้สิทธิเรียกร้องซึ่งมีอยู่แก่จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นลูกหนี้ตนตามคำพิพากษาดังกล่าวเบื้องต้น เป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้จำเลยที่ ๑ เสียประโยชน์ โจทก์จึงใช้สิทธิเรียกร้องนั้นในนามของโจทก์เองแทนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกหนี้ โจทก์ย่อมกระทำได้ตาม ป.พ.พ.ม. ๒๓๓ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2498 นายชยากร ถานะสิงห์ โจทก์ นางบัวผา ลังกาพินธ์ ที่ 1 นางข่ายแล้ว อุ+ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชยากร ถานะสิงห์ · จำเลย - นางบัวผา ลังกาพินธ์ ที่ 1 นางข่ายแล้ว อุ+ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายศิริ อติโพธิ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8357/2538ฎีกา 1140/2536ฎีกา 4676/2557ฎีกา 4143/2532ฎีกา 19883/2555ฎีกา 198/2506ฎีกา 621/2519ฎีกา 1065/2496ฎีกา 886/2515ฎีกา 301/2539ฎีกา 52/2527ฎีกา 2161/2538ฎีกา 1051/2526ฎีกา 5059/2538ฎีกา 558/2553ฎีกา 673/2498ฎีกา 5444/2551ฎีกา 1016-1018/2477ฎีกา 1163/2539ฎีกา 704/2542ฎีกา 111/2528ฎีกา 2345/2540ฎีกา 180/2502ฎีกา 1145/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา