⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 886-887/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 886-887/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บิดาออกเงินซื้อที่ดินและลงชื่อบุตรเพียงคนเดียวในโฉนด โดยให้บุตรผู้มีชื่อในโฉนดครอบครองแทนบุตรอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้เยาว์ด้วย ถือว่าบุตรผู้เยาว์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนั้นโดยเป็นเจ้าของร่วมด้วย การให้โดยเสน่หาดังกล่าวสมบูรณ์โดยไม่ต้องจดทะเบียน

ย่อคำพิพากษา

บิดาออกเงินซื้อที่ดินมีโฉนดให้แก่บุตร 2 คน แต่ลงชื่อบุตรในโฉ่นดเพียงคนเดียวและให้บุตรผู้มีชื่อในโฉนดครอบครองที่ดินนั้นแทนบุตรอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้เยาว์ด้วย บุตรผู้เยาว์นั้นได้กรรมสิทธิมีสิทธิเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินแปลงนั้นด้วย ไม่จำต้องมีการจดทะเบียนนการให้ก็เป็นการสมบูรณ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.127 ม.34 พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.127 ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่าบุนอภิสิตสุระ+ บิดาโจทก์จำเลยได้ออกเงินซื้อที่ดินแต่ลงชื่อจำเลยกับนางสังหารในโฉนด ในฐานะเป็นผู้ซื้อแทน แล้วขุนอภิสิตฯ ได้ทำหนังสือยกที่ดินและบ้านให้โจทก์ ๕ ส่วน ให้จำเลย ๗ ส่วน แต่โจทก์ยังเยาว์อยู่จึงมอบให้จำเลยรักษาส่วนของโจทก์ไว้แทน บัดนี้จำเลยไม่ยอมแบ่งที่ดินบ้านเรือนให้ขอให้บังคับ ถ้าไม่สามารถแบ่งได้ก็ให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องหากขุนอภิสิต ฯ จะยกทรัพย์พิพาทให้โจทก์ไม่สมบูรณ์ตาม ก.ม.เพราะมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โจทก์ไม่ได้ฟ้องเสียภายใน ๑ ปี นับจากวันบรรลุนิติภาวะ ความจริงที่ดินจำเลยซื้อเอง สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ สมยอมกันทำสัญญายอมความขายที่ดินและบ้านรายพิพาท ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนนั้น และทำลายสัญญายอมความกัน คำพิพากษาตามยอมเสีย จำเลยที่ ๑ คงต่อสู้ทำนองเดียวกับคดีแรก จำเลยที่ ๒ต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้รับโอนทรัพย์รายพิพาท ธนาคารออมสินเป็นผู้ซื้อและรับโอนไปโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยเพราะการที่ขุนอภิสิต ฯ ให้ที่พิพาทไม่สมบูรณ์ตาม ก.ม. และคดีขาดอายุความแล้ว ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่ได้รับโอนทรัพย์รายพิพาท ธนาคารออมสินเป็นผู้ซื้อและรับโอนพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าที่ดินรายพิพาทนั้นขุนอภิสิต ฯ ยกให้โจทก์และจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ครอบครองแทนโจทก์ตั้งแต่โจทก์ยังเยาว์ตลอดมาแล้วโจกท์ก็เข้าครอบครองต่อมา แม้การยกให้จะไม่สมบูรณ์โจทก์ก็ได้รับกรรมสิทธิโดยการครอบครองมากว่า ๑๐ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒ นั้นเห็นว่าโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นส่วนตัว ทรัพย์พิพาทเป็นของธนาคารออมสินแล้ว จึงเอามาแบ่งให้โจทก์ไม่ได้ พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๖,๒๕๐ บาท คำขอนอกนั้นให้ยกเสีย ตามศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าขุนอภิสิต ฯ ได้ออกเงินซื้อทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์และจำเลยที่ ๑ แม้โฉนดจะลงชื่อจำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียว โจทก์ก็ยังมีกรรมสิทธิร่วมอยู่ด้วย จำเลยครอบครองแทนส่วนของโจทก์ด้วย การที่โจทก์ทราบว่าจำเลยที่ ๑ โอนขายทรัพย์ให้แก่ธนาคารออมสินแล้วมิได้ฟ้องภายใน ๑ ปี ก็หาขาดอายุความตาม ป.พ.พ.ม. ๒๔๐ ไม่ เพราะมิใช่เรื่องระหว่างเจ้าหนี้ ลูกหนี้ ฟ้องขอให้เพิกถอนกลฉ้อฉล เป็นเรื่องเรียกทรัพย์คืน ส่วนจำเลยที่ ๒ นั้น เห็นว่าโจทก์ฟ้องเป็นส่วนตัว จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 886 - 887/2498 นางสระ มิ่งขวัญ โจทก์ นางดารา สิงหไพศาล จำเลย นางสระ มิ่งขวัญ โจทก์ นางดารา สิงหไพศาลกับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสระ มิ่งขวัญ · จำเลย - นางดารา สิงหไพศาล · โจทก์ - นางสระ มิ่งขวัญ · จำเลย - นางดารา สิงหไพศาลกับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยการณ์โกวิท · นนทปัญญา · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายจำรูญ เจริญกุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิธรรมเนติกรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 114/2536ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 1280/2492ฎีกา 6/2475ฎีกา 597/2534ฎีกา 817/2490ฎีกา 2026/2494ฎีกา 6911/2544ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5351/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 158/2509ฎีกา 2489/2528ฎีกา 85/2540ฎีกา 7786/2538ฎีกา 7214/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา