⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 913/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2498

ลักษณะอาญา ม.120, 154 · ป.อาญา ม.120, 154

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา 120 เป็นเพียงการปรับบทลงโทษเท่านั้น แต่หากจำเลยได้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 254 ซึ่งเป็นความอาญาอันเป็นเหตุร้ายตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 ศาลย่อมมีอำนาจเพิ่มโทษกักกันจำเลยได้หากมีเหตุสมควร

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลพิพากษาจำเลยกระทำผิดตาม ก.ม.อาญา ม.119,120,254 ดังนี้แม้ศาลจะใช้ ม.120 เป็นบทลงโทษจำเลยก็ดี ก็เป็นเรื่องปรับบทลงโทษจำเลยตาม ก.ม.เท่านั้น คดียังต้องฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม ม. 254 ซึ่งเป็นความอาญาอันเป็นเหตุร้ายตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 ถ้ามีเหตุสมควรศาลก็มีอำนาจเพิ่มโทษกักกันจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.120 กฎหมายลักษณะอาญา ม.154 ประมวลกฎหมายอาญา ม.120 ประมวลกฎหมายอาญา ม.154 พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม.8 พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม.9

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.120 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.154 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจมีมีดเป็นศาตราวุธพกพาไปในถนนหลวงโดยไม่ได้รับอนุญาตและใช้มีดทำร้ายร่างกายพลตำรวจโดยต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานผู้ทำการตามหน้าที่อันชอบด้วย ก.ม. ก่อนคดีนี้จำเลยเคยถูกพิพากษาลงโทษจำคุกมาแล้ว ๕ ครั้งตามใบแดงแจ้งโทษท้ายฟ้อง (เป็นโทษฐานลักทรัพย์ ๒ ครั้ง รับของโจร ๒ ครั้ง กับฐานทำร้ายร่างกาย) ซึ่งมิใช่เป็นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ พ้นโทษแล้วกลับมากระทำอาญาอันเป็นเหตุร้ายในคดีนี้อีกภายใน ๕ ปี ไม่เข็ดหลาบขอให้เพิ่มโทษ และลงโทษกักกันจำเลยด้วย จำเลยรับสารภาพว่าได้กระทำผิดและเคยต้องโทษจริงดังฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม. ๑๑๙,๑๒๐,๑๕๔ ให้ลงโทษตาม ม.๑๒๐ ซึ่งเป็นบทหนักตาม ม.๗๐ จำคุก ๓ ปี เพิ่มตาม ม. ๗๒ ลดกึ่งตาม ม.๕๙ คงจำคุก ๒ ปี ลงโทษตาม ม.๑๒๐ ไม่ใช่เหตุร้ายตาม พ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย ๒๔๗๙ จึงไม่ลงโทษกักกัน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.๓๓๕ ข้อ ๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม ปรับจำเลย ๖ บาท เมื่อลดฐานรับสารภาพกึ่งหนึ่งแล้วและให้ลงโทษกักกันจำเลย ตามพ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. ๒๔๗๙ ม.๘,๙ เพิ่มขึ้นอีกโสดหนึ่ง มีกำหนด ๓ ปี นอกนั้นคงยืน จำเลยฎีกาคัดค้าน เฉพาะที่ศาลลงโทษกักกัน ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยลงโทษกักกันจำเลย ตาม พ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายด้วยนั้นชอบแล้ว เพราะกรณีเช่นนี้ต้องฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม ม. ๒๕๔ ซึ่งเป็นความอาญาอันเป็นเหตุร้าย แม้ศาลจะใช้ ม.๑๒๐ เป็นบทหนักลงโทษจำเลยก็เป็นเรื่องปรับบทลงโทษจำเลยตาม ก.ม.เท่านั้น แม้เมื่อพิจารณาถึงข้อที่จำเลยเคยต้องโทษมาแล้วหลายครั้งตามใบแดงแจ้งโทษ รูปคดีสมควรจะลงโทษกักกันจำเลยจำเลยเคยต้องโทษมาแล้วหลายครั้งตามใบแดงแจ้งโทษ รูปคดีสมควรจะลงโทษกักกันจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2498 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสวง ปล้องแก้ว หรือป้องแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสวง ปล้องแก้ว หรือป้องแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายประภาษ วณิกเกียรติ · ศาลอุทธรณ์ - นายประกอบ หุตะสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 48-50/2467ฎีกา 831/2485ฎีกา 363/2468ฎีกา 724/2493ฎีกา 257/2483ฎีกา 594/2482ฎีกา 1218/2499ฎีกา 886/2486ฎีกา 114/2483ฎีกา 1135/2481ฎีกา 59/2492ฎีกา 363-364/2473ฎีกา 433/2502ฎีกา 332/2467ฎีกา 1139/2482ฎีกา 1010/2480ฎีกา 983/2508ฎีกา 1779/2499ฎีกา 945/2468ฎีกา 10171-10182/2553ฎีกา 764/2483ฎีกา 1514/2482ฎีกา 46/2482ฎีกา 611/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา