คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10171-10182/2553
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามบทเฉพาะ หรือไม่ได้อ้างบททั่วไปในฟ้องและไม่ได้ยกขึ้นฎีกา ทำให้ศาลไม่อาจลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายดังกล่าวได้ แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามบทกฎหมายนั้นก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
นอกจากจำเลยมีหน้าที่รังวัดที่ดินแล้ว ผู้บังคับบัญชายังได้มอบหมายหน้าที่ให้จำเลยมีหน้าที่รับคำขอ ลงบัญชี รับทำการ เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียม และออกใบเสร็จรับเงินด้วย การที่จำเลยรับเงินค่าธรรมเนียมรังวัดที่ดินจากผู้เสียหายทั้งสิบสองแม้ศาลชั้นต้นจะฟังข้อเท็จจริงที่ได้ตามทางพิจารณาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่หรือแสดงตนว่ามีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือเงินนั้นโดยทุจริตตาม ป.อ. มาตรา 154 แต่ก็ไม่สามารถลงโทษจำเลยได้ เนื่องจากโจทก์ไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 154 อันเป็นบทเฉพาะมาด้วย นอกจากนี้ความผิดฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตาม ป.อ. มาตรา 157 ซึ่งเป็นบททั่วไป โจทก์ก็มิได้อ้างมาในฟ้องทั้งมิได้ยกขึ้นฎีกา จึงต้องถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่งและวรรคสี่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีทั้งสิบสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 และนับโทษจำเลยทั้งสิบสองสำนวนติดต่อกัน
จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสิบสองสำนวน
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154 ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 12 กระทง ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละหนึ่งในห้า คงจำคุกกระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 48 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ในระหว่างเกิดเหตุจำเลยดำรงตำแหน่งช่างรังวัด ระดับ 2 ประจำสำนักงานที่ดินอำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายหน้าที่ให้จำเลยมีหน้าที่รับคำขอลงบัญชีรับทำการดำเนินการรังวัดที่ดิน เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมและออกใบเสร็จรับเงิน นางปรางทอง นายแต้ม นางอารีย์ นางนิล นางละมาย นายอำนวย นายสมศักดิ์ นางตา นายบุศทา นางติ๋ม นายบรรจง และนายทิม ผู้เสียหายทั้งสิบสองติดต่อให้จำเลยไปรังวัดที่ดินของผู้เสียหายแต่ละรายเพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ผู้เสียหายทั้งสิบสองต่างชำระเงินค่าธรรมเนียมรังวัดที่ดินของตนให้แก่จำเลย หลังจากนั้นจำเลยออกไปรังวัดที่ดินให้แก่ผู้เสียหายจำนวน 11 คน แต่ไม่มีผู้เสียหายคนใดได้รับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ต่อมาทางราชการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแก่จำเลยแล้วมีคำสั่งไล่จำเลยออกจากราชการ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า นอกจากจำเลยมีหน้าที่รังวัดที่ดินแล้ว ผู้บังคับบัญชายังได้มอบหมายหน้าที่ให้จำเลยมีหน้าที่รับคำขอ ลงบัญชีรับทำการ เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียม และออกใบเสร็จรับเงินด้วย การที่จำเลยรับเงินค่าธรรมเนียมรังวัดที่ดินจากผู้เสียหายทั้งสิบสอง แม้ศาลชั้นต้นจะฟังข้อเท็จจริงที่ได้ตามทางพิจารณาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่หรือแสดงตนว่ามีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากรค่าธรรมเนียมหรือเงินนั้นโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154 แต่ก็ไม่สามารถลงโทษจำเลยได้เนื่องจากโจทก์ไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154 อันเป็นบทเฉพาะมาด้วย นอกจากนี้ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเป็นบททั่วไปโจทก์ก็มิได้อ้างมาในฟ้องทั้งมิได้ยกขึ้นฎีกา จึงต้องถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่งและวรรคสี่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10171 - 10182/2553
พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ โจทก์
นายมนตรี ประทุมโฉม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ · จำเลย - นายมนตรี ประทุมโฉม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร · สิริรัตน์ จันทรา · ชาลี ทัพภวิมล |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ