⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1107/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1107/2499

ย่อคำพิพากษา

ยืนตาม ก.ม.นั้นต้องเกิดขึ้นโดยสัญญา โดยหน้าที่ราชการจำเลยที่ 1 ได้ยืมเงินทดลองไปจากกองคลังกรมไปรษณีย์เพื่อจ่ายในราชการอธิบดีรับรองข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ควรมอบให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหัวหน้าหมวดบัญชีเป็นผู้มีหน้าที่รักษาเงิน ดังนี้ใบยืมที่จำเลยที่ 1 เซ็นไว้จึงเป็นแต่เพียงหลักฐานในวงราชการ การที่จำเลยที่ 1 ต้องเซ็นใบยิมก็เพื่อปฏิบัติหน้าที่อันเป็นเรื่องของระเบียบปฏิบัติราชการ เพียงเท่านี้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดในฐานผู้ยืมหรือตัวการ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดใช้เงิน ๔ ประเภท ศาลแพ่ง พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ รับผิดเฉพาะเงินประเภทที่ ๑ และให้จำเลยที่ ๒ ใช้เงินประเภท ๒,๓,๔ แก่โจทก์ โจทก์และจำเลยที่ ๒ มิได้อุทธรณ์ คงพิพาทกันต่อมาจนถึงชั้นฎีกาเฉพาะจำเลยที่ ๑ โจทก์ฟ้องว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ รับราชการเป็นนายช่างกำกับการกองพัสดุกรมไปรษณีย์ มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน จำเลยที่ ๒ ทำหน้าที่บัญชีและได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ ๑ ให้เบิกจ่ายและเก็บรักษาเงิน ระหว่างวันที่ ๑๒ เม.ย.๘๘ ถึงวันที่ ๒๓ พ.ย.๙๑ จำเลยเบิกเงินคลังประเภท ๑ มีอยู่ ๗ รายการ บางรายการจำเลยได้ส่งใบสำคัญการจ่ายเงินกองบัญชีเพื่อหักล้างบ้างแล้วแต่ไม่ครบ รวมทั้งสิ้นคงขาดอยู่ ๑๐๔๗๗ บ. ซึ่งจำเลยต้องร่วมกันชดใช้คืนแก่โจทก์ในฐานผู้ยืมจึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่า เป็นนายช่างผู้กำกับการกองพัสดุ และโรงงาน ไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดกับเจ้าหน้าที่รอง ๆ ใต้บังคับบัญชาที่ไปก่อการทุจริต หรือบกพร่องในหน้าที่ จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่าไม่ต้องรับผิดในการเบิกจ่ายและรักษาเงินตามที่จำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดเพราะมีหน้าที่ตรวจใบสำคัญเท่านั้น ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงิน ๑๐๔๗๗บาท กับดอกเบี้ย ฯลฯ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๑ โจทก์ฎีกายืนยันว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ยืม การที่จำเลยที่ ๑ มอบฉันทะให้จำเลยที่ ๒ รับเงินแทนเท่ากับว่าจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดใช้เงินจำนวนนี้ให้โจทก์ตามที่จำเลยที่ ๒ ได้กระทำไป ศาลฎีกาเห็นว่าการยืมตามกฎหมายนั้นจะต้องได้เกิดขึ้นโดยสัญญา แต่ข้อเท็จจริงแห่งคดีนี้ได้ความว่าจำเลยเป็นนายช่าง เมื่อจำเลยเป็นในราชการก็ขอเบิกเงินจากคลังมาก่อน ตามระเบียบเมื่อได้ใบสำคัญการจ่ายเงินแล้วจึงส่งไปหักล้างภายหลังซึ่งเป็นเรื่องการปฎิบัติราชการตามปกติ เมื่อจำเลยที่ ๑ เป็นหัวหน้างานก็ต้องเป็นประการใด ศาลล่างทั้งสองจึงนับโทษจำเลยติดต่อกันได้ พิพากยืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1107/2499 กรมไปรษณีย์โทรเลขโดยนายสุรินทร์ วิเศษกุล อธิบดี โจทก์ ม.ร.ว.เชื้อสนิทวงศ์ ที่ 1 นายสมพล โหตะระจิตร ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมไปรษณีย์โทรเลขโดยนายสุรินทร์ วิเศษกุล อธิบดี · จำเลย - ม.ร.ว.เชื้อสนิทวงศ์ ที่ 1 นายสมพล โหตะระจิตร ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายภักดิ์ บุญยภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตติ ติงศภัทิย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 581/2501ฎีกา 707/2507ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1462/2565ฎีกา 681/2506ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3245/2534ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 114/2536ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 425/2520ฎีกา 6/2475ฎีกา 597/2534ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 6911/2544ฎีกา 794/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา