คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1300-1315/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่ศาลสั่งให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมศาลแล้ว โจทก์มีสิทธิฟ้องคดีได้อีกภายในกำหนดอายุความ แม้จะขาดนัดชำระค่าธรรมเนียมในครั้งแรกก็ตาม
* การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายโดยประมาทเลินเล่อ ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองการดำเนินงานตามปกติ
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาศาลไม่อนุญาตสั่งให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระ แม้โจทก์จะไม่นำเงินมาชำระภายในกำหนด ต่อมาภายหลังโจทก์ก็ยังมีสิทธิที่จะนำคดีมาฟ้องร้องได้ภายในกำหนดอายุความ
การที่กรมรถไฟใช้รถจักรเก่าจูงลากรถจนเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้เสมอๆ โดยมิได้ป้องกันแต่อย่างใดนั้น กรมรถไฟจะอ้างความคุ้มครองจาก พระราชบัญญัติจัดการวางรถไฟและทางหลวง พ.ศ.2464มาตรา 48 ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดี 16 สำนวนนี้ศาลรวมพิจารณาพิพากษาฟ้องโจทก์มีใจความสำคัญต้องกันว่า ระหว่างรถไฟแล่นอยู่ในเขตตำบลมหาชัย จำเลยที่ 3เป็นช่างกล จำเลยที่ 4 เป็นช่างไฟ ได้เร่งไฟและกำลังไอน้ำเป็นเหตุให้ลูกไฟและประกายไฟปลิวไปไหม้บ้านเรือนนายกิมเจ็ง แซ่แต้แล้วลุกลามไปไหม้บ้านโจทก์ ทั้งนี้เนื่องจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยที่ทราบดีแล้วว่าตัวรถจักรและเครื่องจักรชำรุดขาดสมรรถภาพที่จะใช้เดินรถ ก็หาได้หาทางป้องกันหรือแก้ไข จึงขอให้จำเลยร่วมกันรับผิด
จำเลยทั้งหมดให้การทำนองเดียวกันว่ามิได้ประมาท เพลิงมิได้เกิดจากลูกไฟและประกายไฟรถจักรจำเลยได้ป้องกันลูกไฟอย่างดีแล้วจำเลยได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติจัดการวางรถไฟและทางหลวง พ.ศ. 2464 มาตรา 48, 135
ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 4 ถึงแก่กรรม โจทก์ทุกสำนวนได้ถอนคดีเป็นอันระงับไป
เฉพาะค่าเสียหายคงมีสืบพยานกัน 2 คดี นอกนั้นคู่ความยอมกันให้กำหนดว่ามีการเสียหายเพียงร้อยละ 43 ของที่ฟ้องเรียกมา
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อตัดฟ้องว่า (1) สำหรับคดีดำที่ 80/2490โจทก์เคยฟ้องอนาถามาครั้งหนึ่งแล้วศาลสั่งให้นำค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 7 วัน แต่โจทก์ก็ไม่ปฏิบัติตาม จึงไม่มีสิทธิฟ้องใหม่นั้น เห็นว่ากำหนดที่ศาลสั่งให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาเสียนั้นไม่ใช่อายุความ โจทก์คดีนี้ย่อมนำคดีมาฟ้องใหม่ได้ภายในกำหนดอายุความ
(2) ฟ้องโจทก์บรรยายชัดแจ้งแล้ว
(3) เหตุเกิดวันที่ 4 สิงหาคม 2493 ยื่นฟ้องวันที่ 4 สิงหาคม 2494 ยังไม่ขาดอายุความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158และเห็นว่าจำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ จัดวางการรถไฟและทางหลวง พ.ศ. 2464 มาตรา 48 พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทุกสำนวน
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้ทำละเมิดเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายจริงข้อตัดฟ้องและข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่จำเลยยกขึ้นอ้างศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้ชอบแล้วพิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1300 - 1315/2499
นายเจือ เอโกมล โจทก์
กรมรถไฟ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเจือ เอโกมล · จำเลย - กรมรถไฟ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา