⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1385/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1385/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* กรมการศาสนามีอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับศาสนสมบัติของวัดได้ตามระเบียบที่ตราไว้ * อธิบดีซึ่งยังไม่ทราบคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งและยังไม่ได้ส่งมอบงาน ยังคงมีอำนาจตั้งทนายแทนกรมได้ * เมื่อตำแหน่งอธิบดีว่างลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมีอำนาจตั้งผู้รักษาการในตำแหน่งอธิบดี และผู้รักษาการนั้นย่อมมีอำนาจตั้งทนายแทนกรมได้

ย่อคำพิพากษา

กรมการศาสนามีอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับศาสนสมบัติของวัดได้เพราะมีระเบียบตราไว้ให้มีอำนาจจัดการผลประโยชน์ของวัด อธิบดีผู้ซึ่งมีกระแสพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งแล้ว แต่ยังไม่ได้รับทราบคำสั่งและยังไม่ได้ส่งมอบงานย่อมยังมีอำนาจตั้งทนายแทนกรมได้ เมื่อตำแหน่งอธิบดีว่างลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงย่อมมีอำนาจตั้งข้าราชการชั้นใด ๆ ก็ได้เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งอธิบดี ในเมื่อเห็นเป็นการสมควรผู้รักษาการผู้ได้รับคำสั่งนั้นย่อมมีอำนาจตั้งทนายแทนกรมนั้นได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม.40 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม.46 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม.49 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 ม.29 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ทำหนังสือเช่าที่ธรณีสงฆ์วัดหัวลำโพงมีกำหนด ๑ ปีเพื่อใช้ทำสวน จำเลยให้ผู้อื่นปลูกบ้านและเข้าครอบครองที่เช่าหลายรายเป็นการผิดสัญญา สัญญาเช่าหมดอายุแล้ว จึงขอให้ศาลขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การว่าจำเลยเช่าที่ดินเพื่อสร้างเคหะเป็นที่อยู่อาศัย เมื่อครบสัญญาเช่าแล้วก็ได้เช่าต่อมาโดยไม่มีกำหนดเวลา กับตัดฟ้องว่าวัดหัวลำโพงเป็นนิติบุคคลโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแทน นายบุญช่วย สมพงษ์ พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมการศาสนาไปก่อนโจทก์ยื่นฟ้องจึงไม่มีอำนาจแต่งทนายความ โจทก์ไม่ได้บอกเลิกการเช่าถูกต้องตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อฎีกาของจำเลยว่า ๑.จำเลยต่อสู้ว่าได้เช่าที่ดินเพื่อยู่อาศัย จำเลยจึงต้องนำสืบ ๒.มีระเบียบตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๔๙ ว่ากรมการศาสนามีหน้าที่จัดผลประโยชน์ต่าง ๆ ของวัดซึ่งคณะสงฆ์มอบไว้ และวัดหัวลำโพงได้มอบให้กรมการศาสนามีหน้าที่จัดผลประโยชน์ จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์โดยตรง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ๓.เรื่องนี้นายบุญช่วยได้รับทราบคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมการศาสนาและได้มอบงานให้ผู้รักษาการแทนอธิบดีคนใหม่ในวันที่ ๒๗ พ.ศ.๙๗ แม้ความจริงจะมีพระบรมราชโองการลงวันที่ ๘ พฤษภาคม แล้วก็ดี แต่การที่นายบุญช่วยได้ดำเนินคดีนี้และแต่งตั้งทนายความในวันที่ ๑๘ พฤภาคม ก็ย่อมใช้ได้ ๔.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมย่อมมีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการชั้นใดก็ได้เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมการศาสนา (ไม่จำเป็นจะต้องเป็นข้าราชการชั้นพิเศษ) ผู้รับรับแต่งตั้งย่อมมีอำนาจแต่งตั้งทนายได้ ๕.การบอกเลิกสัญญาเช่าแม้จะกำหนดวันในหนังสือบอกเลิกน้อยกว่าที่ ก.ม.กำหนด แต่ก็ปรากฏว่ากว่าที่ที่ให้เช่าจะได้ฟ้องขับไล่ผู้เช่าก็เป็นเวลาเกินกว่าวันที่ ก.ม. กำหนดให้ผู้เช่าบอกกล่าวล่วงหน้าแล้ว ผู้เช่าจะยกข้อนี้ขึ้นต่อสู้ศาลไม่ได้ ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1385/2499 กรมการศาสนา โจทก์ นายสุพล บุตราประกาศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมการศาสนา · จำเลย - นายสุพล บุตราประกาศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลแขวงพระนครใต้ - นายประพจน์ · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายคร้าม ศิวายะวิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 902/2517ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1312/2482ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา