⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1925/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1925/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถอนฟ้องในข้อหาใดข้อหาหนึ่งที่ประเด็นได้ยุติลงแล้วในศาลชั้นต้น ไม่ทำให้โจทก์กลับมาฟ้องในข้อหานั้นอีกได้.

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยหมิ่นประมาทใส่ความอธิบดีกรมอัยการ ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.282,116 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ม.282 และลงโทษปรับจำเลย จำเลยอุทธรณ์ว่าไม่มีความผิดตาม ม.282 ฝ่ายโจทก์ไม่อุทธรณ์ ม.116 จึงถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น ไม่มีประเด็นในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ในชั้นอุทธรณ์คงมีประเด็นว่าจำเลยจะมีความผิดตาม ม.282 หรือไม่ มาตราเดียวเท่านั้น แม้ศาลอุทธรณ์จะยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์สืบพยานตามที่แถลงไว้และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปตามกระบวนความและศาลฎีกายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย่อมเป็นที่เข้าใจว่าให้ดำเนินการเกี่ยวแก่ ม.282 มาตราเดียวเท่านั้นเมื่อศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาใหม่ตามคำพิพากษาศาลฎีกาและระหว่างพิจารณาจำเลยได้ขออภัยต่อผู้เสียหาย ๆ ไม่ติดใจว่ากล่าวเอาความแก่จำเลย โจทก์จึงแถลงขอถอนฟ้องเฉพาะข้อหาในฐานหมิ่นประมาทใส่ความตาม ม.282 แต่โจทก์ย้อนหวนมาเอาความแก่จำเลยตาม ม.116 ซึ่งไม่มีประเด็นอีกนั้นไม่ได้เพราะประเด็นตาม ม.116 ได้ยุติในศาลชั้นต้นตั้งแต่ครั้งก่อนแล้ว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.116 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.116

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยหมิ่นประมาทใส่ความหลวงอรรถปรีชาชนูปการอธิบดีกรมอัยการ ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๑๑๖,๒๘๒ พ.ร.บ. การพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ ม.๔๘ จำเลยให้การปฏิเสธ คดีนี้ศาลชั้นต้นเลยพิพากษาลงโทษปรับจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.๒๘๒ จำเลยฝ่ายดียวอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์สืบพยานตามที่แถลงไว้และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปตามกระบวนความ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ระหว่างศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณานั้น จำเลยได้ขออภัยต่อหลวงอรรถปรีชาฯ ผู้เสียหาย ๆ ได้แถลงต่อศาลไม่ติดใจว่ากล่าวแก่จำเลย โจทก์จึงขอถอนฟ้องฐานหมิ่นประมาทตาม ก.ม.อาญา ม.๒๘๒ ศาลอนุญาต ส่วนข้อหาฐานหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานตาม ม.๑๑๖ โจทก์ขอให้ศาลพิจารณาต่อไป โจทก์จำเลยแถลงว่าไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๑๑๖ ให้ปรับจำเลย ๒๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ในข้อก.ม. ว่า ข้อความตามฟ้องที่ว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นถ้าเป็นผิดก็เป็นประเภทหมิ่นประมาทชนิดกล่าวร้ายใส่ความกันทำให้อาจเสียชื่อเสียงจัดอยู่ใน ม.๒๘๒ ส่วนความผิดต่อเจ้าพนักงานตาม ม.๑๑๖ เป็นเรื่องสบประมาทด่ากันซึ่งถ้าด่าคนธรรมดาไม่ใช่เจ้าพนักงานก็เป็นความผิดลหุโทษตาม ม.๓๓๙ ข้อ ๒ หรือข้อ ๓ ถ้อยคำที่ศาลชั้นต้นกล่าวอ้างไม่ปรากฎถ้อยคำที่มีลักษณะเป็นการด่าหรือสบประมาทตาม ม.๑๑๖ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าตาม ก.ม.อาญา ๒๑๑๖ นี้มีข้อความบัญญัติลงโทษผู้ที่หมิ่นประมาทต่อเจ้าพนักงานโดยไม่มีข้อจำกัด เฉพาะการหมิ่นประมาทโดยการกล่าวคำสบประมาท การกล่าวคำใส่ความที่มีข้อความทำให้เจ้าพนักงานถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ก็ย่อมมีลักษณะเป็นการหมิ่นประมาทต่อเจ้าพนักงาน จึงเป็นผิดตาม ม.๑๑๖ ถ้อยคำที่จำเลยโฆษณาในคดีนี้มีลักษณะทำให้เจ้าพนักงานถูกดูหมิ่นหรือเกลียดชังได้ จึงเป็นการหมิ่นประมาทต่อเจ้าพนักงานตาม ม.๑๑๖ อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน จำเลยฎีกาในข้อกฎหมายต่อมา ศาลฎีกาได้ประชุมปรึกษาคดีนี้แล้ว เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยหมิ่นประมาทใส่ความหลวงอรรถปรีชาฯ อธิบดีกรมอัยการ ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.๒๘๒,๑๑๖ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ม.๒๘๒ และลงโทษปรับจำเลย ๆ อุทธรณ์ว่าจำเลยมีความผิดตาม ม.๒๘๒ ฝ่ายโจทก์ไม่อุทธรณ์ ม.๑๑๖ จึงถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น ไม่มีประเด็นในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ในชั้นอุทธรณ์คงมีประเด็นว่าจำเลยจะมีความผิดตาม ม.๒๘๒ หรือไม่มาตราเดียวเท่านั้น ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปตามกระบวนความ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย่อมเป็นที่เข้าใจว่าให้ดำเนินการพิจารณาเกี่ยวแก่ ม.๒๘๒ มาตราเดียวเท่านั้น และศาลชั้นต้นก็ได้ดำเนินการพิจารณาใหม่ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ระหว่างพิจารณาจำเลยได้ขออภัยต่อหลวงอรรถปรีชาฯ อธิบดีกรมอัยการผู้เสียหาย ๆ ไม่ติดใจว่ากล่าวเอาความแก่จำเลย โจทก์จึงแถลงขอถอนฟ้องจำเลยเฉพาะในข้อหาฐานหมิ่นประมาทใส่ความตาม ม.๒๘๒ แต่โจทก์ได้ย้อนหวนมาเอาความแก่จำเลยตาม ม.๑๑๖ ซึ่งไม่มีประเด็นอีก และศาลอุทธรณ์ก็ได้พิพากษาทับสัตย์ศาลชั้นต้นลงโทษปรับจำเลยตาม ม.๑๑๖ ซึ่งศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยเพราะ ม.๑๑๖ ได้ยุติในศาลชั้นต้นตั้งแต่ครั้งก่อนแล้ว จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1925/2499 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายผาด พรหมบุตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายผาด พรหมบุตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายวิเชียร · ศาลอุทธรณ์ - นายสอาด นาวีเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518ฎีกา 1182/2494ฎีกา 1808/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา