คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1960/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานท้องที่ทราบการเปลี่ยนชื่อของผู้แจ้งอยู่แล้ว ย่อมถือเสมือนว่าผู้แจ้งได้นำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อไปแจ้งแล้ว จึงไม่ต้องรับผิดฐานแจ้งความเท็จ.
ย่อคำพิพากษา
การที่อำเภอท้องที่ที่ผู้แจ้งขึ้นทะเบียนทหารและจำเลยที่แจ้งให้ผู้นั้นทราบว่าทางราชการอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อเป็นแห่งเดียวกันและรับรู้เรื่องอยู่โดยตลอดแล้ว ก็ชอบที่จะดำเนินการแก้หนังสือสำคัญประจำตัวกับบัญชีหรือทะเบียนทหารได้เองอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ผู้นั้นไปย้อนแจ้งการเปลี่ยนชื่ออีก ย่อมถือได้เสมือนหนึ่งว่าผู้นั้นได้นำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อไปแจ้งแก่นายอำเภอท้องที่ทราบอยู่ในตัวแล้ว ผู้นั้นจึงหาควรมีผิดไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ขึ้นทะเบียนกองเกินในนามนายปักต้อย ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองยะลาแล้วยื่นคำร้องขอเปลี่ยนชื่อเป็น "สมศักดิ์" และได้รับอนุญาตแล้ว จำเลยไม่แจ้งการเปลี่ยนชื่อต่อนายอำเภอเพื่อแก้หนังสือสำคัญประจำตัวกับบัญชีทหารหรือใบทะเบียนทหารให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๕ ม.๑๒ จำเลยรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นเห็นว่านายอำเภอเมืองยะลาเป็นผู้รับคำขอและแจ้งว่านายอำเภอว่าอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อได้ถือได้ว่านายอำเภอได้ทราบการเปลี่ยนชื่อเป็นหลักฐานการเปลี่ยนชื่ออยู่แล้วไม่จำต้องแจ้งซ้ำแก่นายอำเภอคนเดียวกันเอาผิดจำเลยไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาปรึกษาแล้ว พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๕ ม.๑๒ วรรคสุดท้ายว่า "อนึ่งบุคคลดั่งกล่าวแล้ว (บุคคลที่ได้ลงบัญชีทหารกองเกินทหารกองหนุน) ในมาตรานี้ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อตัวก็ให้ผู้นั้นนำหลักฐานไปแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ทราบภายในกำหนด ๓๐ วันนับตั้งแต่วันได้รับอนุญาต ให้นายอำเภอออกใบรับให้ และแจ้งหนังสือสำคัญประจำตัวกับบัญชีหรือทะเบียนทหารให้ถูกต้อง
แต่เรื่องนี้อำเภอท้องที่ที่จำเลยขึ้นทะเบียนทหารก็ดี อำเภอที่แจ้งให้จำเลยทราบว่าทางราชการอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อก็ดี มิได้ต่างแห่งแต่เป็นแห่งเดียวกันรับรู้เรื่องอยู่โดยตลอดถ้าจะให้จำเลยต้องแจ้งแก่ผู้ตอบอนุญาตว่าได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อแล้วก็ดูจะเสียเวลาแก่เขาโดยใช่เหตุอำเภอท้องที่ควรหรือชอบที่จะดำเนินแก้หนังสือสำคัญหรือใบสำคัญประบัญชีหรือทะเบียนทหารได้เองอยู่แล้ว ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องให้เขาไปย้อนแจ้ง เพราะอำเภอท้องที่ทราบและเป็นเจ้าของเรื่องโดยตลอดแล้ว ถือได้เสมือนหนึ่งว่าจำเลยได้นำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อไปแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ทราบอยู่ในตัวแล้ว จึงเห็นพ้องด้วยกับศาลทั้งสองที่วินิจฉัยต้องกันมาว่าจำเลยไม่ควรมีผิดตามข้อหา
จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1960/2499
อัยการจังหวัดยะลา โจทก์
นายปักต้อย หรือ สมศักดิ์ แซ่ชื่น จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดยะลา · จำเลย - นายปักต้อย หรือ สมศักดิ์ แซ่ชื่น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดยะลา - นายเสลา หัมพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิทักษ์มนูศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา