⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 278/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 278/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานเสื่อมเสียอิสรภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 3 เป็นความผิดอาญาแผ่นดินโดยตรง พนักงานอัยการจึงมีสิทธิฟ้องร้องจำเลยได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการร้องทุกข์ของผู้เสียหาย

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานเสื่อมเสียอิสระภาพตาม ก.ม.อาญา ม.268 วรรค 3 เป็นความผิดอาญาแผ่นดินโดยตรง มิใช่ความผิดต่อส่วนตัวโดยปกติพนักงานอัยการย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องร้องจำเลยในความผิดฐานนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการร้องทุกข์ของผู้เสียหาย เพียงแต่โจทก์บรรยายฟ้องถึงเรื่องข่มขืนกระทำชำเราด้วยเพื่อให้ได้ความสมบูรณ์ตามรูปเรื่องซึ่งความจริงเรื่องข่มขืนกระทำชำเรานั้นผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ไปแล้วย่อมเป็นที่เห็นได้ชัดว่าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะถอนได้แต่เฉพาะเรื่องที่เป็นความผิดต่อส่วนตัวเท่านั้นไม่เกี่ยวกับความผิดอันเป็นอาญาแผ่นดินโดยตรงประการใดเลยและไม่เป็นการกระทบกระเทือนถึงสิทธิฟ้องคดีของโจทก์ในเรื่องความผิดฐานเสื่อมเสียอิสสรภาพดังกล่าวมาแล้ว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๔๙๗ เวลากลางวันจำเลยนี้มิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วย ก.ม.บังอาจใช้อำนาจกระทำร้ายด้วยกำลังกายและมีปืนเป็นศาตราวุธข่มขืนใจนางเมี้ยน สุทธิปรีดา ซึ่งมิใช่ภรรยาของจำเลย ให้จำยอมให้จำเลยกระทำการข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ ๑ ครั้ง เหตุเกิดบนรถไฟกำลังแล่นระหว่างสถานีรถไฟสวีกับสถานชุมพรในเขตระหว่างตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี ตลอดมาตามทางจนถึงตำบลท่าตะเภาอำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๒๖๘ วรรค ๓ จำเลยปฏิเสธ ก่อนพิจารณาคดีโจทก์แถลงว่ากรณีเดิมผู้เสียหายได้ร้องทุกข์แต่ต่อมาได้ถอนคำร้องทุกข์ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ส่วนข้อหาฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสรภาพมิได้พูดถึงว่าถอนหรือไม่และเนื่องด้วยจำเลยใช้ปืนขู่เข็ญขืนใจผู้เสียหายโจทก์ถือว่าไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัวจึงได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีเรื่องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่าความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสรภาพนั้นกินความกว้างต้องดูเจตนาที่ขืนให้ทำอะไรก็เป็นผิดฐานนั้น โดยเฉพาะเรื่องนี้ทำให้เสื่อมเสียอิสสรภาพประเภทข่มขืนกระทำชำเราอันเป็นความผิดต่อส่วนตัว เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์เสียแล้วสิทธิการฟ้องร้องคดีของโจทก์ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อาญา ม.๓๙ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่าคดีเรื่องนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๖๘ วรรค ๓ ซึ่งเป็นอาญาแผ่นดินโดยตรงมิใช่ความผิดต่อส่วนตัว โดยปกติพนักงานอัยการย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องร้องจำเลยในความผิดฐานนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการร้องทุกข์ของผู้เสียหาย เพียงแต่โจทก์บรรยายฟ้องถึงเรื่องข่มขืนกระทำชำเราด้วยเพื่อให้ได้ความสมบูรณ์ตามรูปเรื่อง ซึ่งความจริงเรื่องข่มขืนกระทำชำเรานั้น ผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ไปแล้วย่อมเป็นที่เห็นได้ชัดว่าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะถอนได้เฉพาะเรื่องที่เป็นความผิดต่อส่วนตัวเท่านั้นไม่เกี่ยวกับความผิดอันเป็นอาญาแผ่นดินโดยตรงประการใดเลย และไม่เป็นการกระทบกระเทือนถึงสิทธิฟ้องคดีของโจทก์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์งดสืบพยานและพิพากษายกฟ้องของโจทก์เสียโดยข้อ ก.ม.นั้นย่อมไม่ชอบ ศาลฎีกาจึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาตามอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 278/2499 พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร โจทก์ นายสถิตยื ไสยสุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร · จำเลย - นายสถิตยื ไสยสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ธรรมบัณฑิต · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดชุมพร - นายยส โกวิท · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงสรอรรถอำนวย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518ฎีกา 1182/2494ฎีกา 1808/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา