⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 303/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เยาว์ลงนามรับรองในหนังสือซื้อขายทรัพย์สินที่ตนมีกรรมสิทธิ์ร่วม โดยมิได้คัดค้านการแสดงกรรมสิทธิ์ของอีกฝ่าย ถือเป็นการแสดงเจตนาให้บุคคลภายนอกหลงเชื่อว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว ผู้เยาว์จึงไม่อาจอ้างสิทธิแห่งความเป็นผู้เยาว์มาเพิกถอนการซื้อขายนั้นได้.

ย่อคำพิพากษา

ระหว่างเป็นผู้เยาว์โจทก์มีชกรรมสิทธิ์ร่วมในห้องพิพาทร่วมกับจำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 2 ได้ขายห้องพิพาทนี้โดยจำเลยที่ 2 มิได้แสดงกรรมสิทธิรวมแต่ประการใด โจทก์ก็ได้ลงนามรับรองในหนังสือซื้อขายนั้นด้วย ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ฟ้องขับไล่บุคคลภายนอกออกจากห้องพิพาทจนได้คืนห้องพิพาทมา.โจทก์ก็มิได้คัดค้าน แสดงว่าโจทก์ได้จงใจรับรู้ให้จำเลยที่ 1 แสดงตนเป็นเจ้าของห้องพิพาทมาตั้งแต่ต้นกระทำให้จำเลย หลงผิดว่าห้องพิพาทเป็นของจำเลยที่ 2 ดังนั้น โจทก์จะอ้างสิทธิแห่งความเป็นผู้เยาว์มาเพิกถอนการซื้อขายห้องพิพาทระหว่างจำเลยทั้งสอง และขอให้ศาลสั่งว่าโจทก์มีกรรมสิทธิคนละครึ่งกับจำเลยที่ 2 ย่อมไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.421

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิที่ดินและห้องแถวตามโฉนดที่ ๓๕๙๗ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ราคา ๖,๐๐๐ บาท กับมีห้องแถว ๑ หลัง ๔ ห้องครึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว ราคา ๑๔,๐๐๐ บาท โดยได้รับมรดกจากนางสายมารดาร่วมกับนายสงวนจำเลยที่ ๒ โจทก์มีส่วนได้รับมรดกคิดเป็นเงิน ๑๐๐๐๐ บาท ขณะโจทก์ยังเป็นผู้เยาว์อยู่ จำเลยทั้ง ๒ สมคบกันฉ้อโกงโจทก์ โดยจำเลยที่ ๒ ทำการโอนขายที่ดินมรดกเฉพาะส่วนและห้องแถว ๓ ห้องให้แก่จำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๑๑,๐๐๐ บาท ซึ่งเกินกว่าส่วนกรรมสิทธิ์ที่จำเลยที่ ๒ ได้รับมรดก ขอให้ศาลสั่งแสดงว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิที่ดินและห้องแถวตามโฉนดที่ ๓๕๙๗ คนละครึ่งกับจำเลยที่ ๒ นิติกรรมซื้อขายระหว่างจำเลยที่ ๒ กับจำเลยที่ ๑ ในส่วนที่เกินครึ่งจากมรดกที่จำเลยที่ ๒ ได้รับเป็นโมฆะ และให้ศาลสั่งล้างนิติกรรมซื้อขายส่วนที่เกินนั้นเสีย จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่าได้ซื้อที่พิพาทไว้โดยชอบด้วย ก.ม. โจทก์ได้เซ็นรับรู้การขายทรัพย์พิพาท ฯลฯ และตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เป็นฟ้องซ้ำ จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินเฉพาะส่วนและห้องแถว ๑ ห้องครึ่งตามโฉนดที่ ๓๕๙๗ (ซึ่งมิได้ขายให้แก่จำเลยที่ ๑) เป็นของโจทก์ คำขอของโจทก์ในข้ออื่น ๆ ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่านางสายทำพินัยกรรมยกห้องแถวพร้อมที่ดินให้โจทก์ ๑ ห้องครึ่ง ให้จำเลยที่ ๒ สอห้อง อีกห้องหนึ่งไม่ได้ยกให้แก่ใครซึ่งนายซิวหยูเช่าอยู่นี้ให้โจทก์กับจำเลยที่ ๒ มีส่วนอยู่คนละครึ่ง ปัญหาคงมีว่าเมื่อจำเลยที่ ๒ โอนขายให้แก่จำเลยที่ ๑ ไปหมดทั้ง ๓ ห้อง เท่ากับโอนขายส่วนของโจทก์ครึ่งห้องให้แก่จำเลยที่ ๑ ไปด้วยนั้นจะใช้ได้เพียงไร เมื่อคดีได้ความว่าเมื่อจำเลยที่ ๒ ขายห้องพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๑ โจทก์ก็ได้ลงนามรับรองในสัญญาซื้อขายนั้น, จนกระทั่งจำเลยที่ ๑ ฟ้องขับไล่นายหยูและได้ห้องแถวกลับคืนมาในครอบครอง โจทก์ก็มิได้คัดค้าน โจทก์ก็ปล่อยปละละเลยในจำเลยที่ ๑ แสดงตนเป็นเจ้าของห้องพิพาทมาตั้งแต่ต้นกระทำให้จำเลยที่ ๑ หลงผิดว่าห้องพิพาทเป็นของจำเลยที่ ๒ ซึ่งจำเลยที่ ๒ มิได้แสดงกรรมสิทธิร่วมแต่ประการใด ณะบัดนี้โจทก์จะถือโอกาสแห่งความเป็นผู้เยาว์มาขอแบ่งจึงไม่ชอบด้วยทำนองคลองธรรม พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2499 นายเพิ่ม พรหมมาโนช โจทก์ นายใหญ่ ที่ 1 นายสงวน ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเพิ่ม พรหมมาโนช · จำเลย - นายใหญ่ ที่ 1 นายสงวน ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทศจรรยารักษ์ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายจินด · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายประกอบ หุตะสิง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1739/1739ฎีกา 1750/2505ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3462/2530ฎีกา 2989/2533ฎีกา 2903/2536ฎีกา 912/2490ฎีกา 1145/2495ฎีกา 861/2540ฎีกา 6510/2537ฎีกา 2845/2556ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 1971/2517ฎีกา 2987/2517ฎีกา 408/2524ฎีกา 4122/2540ฎีกา 1049/2522ฎีกา 3761-3765/2533ฎีกา 178/2485ฎีกา 1325/2506ฎีกา 5565/2548ฎีกา 960/2485ฎีกา 6302/2547ฎีกา 305/2489
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา