⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 81/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิดร่วมกัน โจทก์จะฎีกาข้อเท็จจริงในส่วนของจำเลยนั้นไม่ได้ * หากศาลไต่สวนแล้วได้ความว่าจำเลยกระทำผิดแต่ลำพังผู้เดียว และคดีนั้นอยู่ในอำนาจศาลทหาร ศาลพลเรือนต้องจำหน่ายคดีนั้นเสีย

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมูลคดีในการไต่สวนมูลฟ้องว่าจำเลยที่ 2 มิได้กระทำผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ถือว่าศาลทั้งสองวินิจฉัยข้อเท็จจริงต้องกัน ซึ่งตามลักษณะอุทธรณ์ฎีกาลักษณะ 2 ม.219 บัญญัติว่าห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในดคีซึ่งศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ดังนั้นคดีเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 โจทก์จึงฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ ฟ้องทหารว่าสมคบกับพลเรือนกระทำผิดศาลไต่สวนแล้วได้ความว่าทหารกระทำผิดแต่ลำพังผู้เดียวดังนี้ศาลพลเรือนย่อมต้องจำหน่ายคดีที่ทหารถูกฟ้องนั้นเสียเพราะไม่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.170 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ รับราชการเป็นทหารอากาศประการโรงเรียนการบินดอนเมือง จำเลยที่ ๒ เป็นพนักงานขับรถยนต์ของกรมชลประทาน เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๔๙๖ เวลากลางวันจำเลยทั้งสองสมคบกันโดยจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถยนต์ของกรมชลประทานไปครั้นถึงบ้านหนองม่วงจำเลยที่ ๒ ใช้ให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับขี่ขับรถยนต์แทนจำเลยที่ ๑ ขับโดยความเร็วเกินขนาดปราศจากความระมัดระวังชน ด.ช.เกรียว ศรีวงษ์ บุตรโจทก์ตาย เหตุเกิดที่ตำบลชอนสรเดช อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นไต่สวนฟ้องแล้วสั่งว่าโจทก์ฟ้องว่าเป็นการสมคบแต่ได้ความว่าไม่เป็นการสมคบในการกระทำผิดไม่ได้ความว่าจำเลยที่ ๒ ใช้จำเลยที่ ๑ คดีสำหรับจำเลยที่ ๒ ไม่มีมูลความผิดตามโจทก์ฟ้องให้ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ ๑ ตามฟ้องว่าเป็นทหารอากาศประจำการตามข้อเท็จจริงไม่เป็นกรณีที่ศาลพลเรือนจะรับพิจารณาได้ จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีนายมนูญจำเลยที่ ๑ ให้จำเลยหน่ายคดีเสียจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาการขอให้รับฟ้องไว้พิจารณาต่อไปอีก ศาลฎีกาประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่าคดีนี้ศาลยังมิได้สั่งให้รับประทับฟ้องของโจทก์ และศาลทั้งสองวินิจฉัยข้อเท็จจริงต้องกันว่านายบุญลือ จำเลยที่ ๒ มิได้เป็นผู้กระทำผิดร่วมกันนายมนูญจำเลยซึ่งตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๗๐ โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกา ลักษณะอุทธรณ์ฎีกาตามลักษณะ ๒ ม.๒๑๙ ห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในคดีซึ่งศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีเฉพาะนายบุญลือจำเลยที่ ๒ โจทก์จึงฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ ส่วนนายมนูญจำเลยที่ ๑ นั้นปรากฏว่าได้รับฎีกาของโจทก์ไว้แต่วันที่ ๒๐ ก.ค.๙๘ ก่อนวันใช้ พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.๒๔๙๘ ตามบทเฉพาะกาลแห่งพ.ร.บ.ที่กล่าวนี้ ม.๖๖ ว่าบรรดาคดีที่ศาลฎีกาได้รับไว้พิจารณาพิพากษาก่อนวันใช้พ.ร.บ.นี้ให้บังคับตาม ก.ม.ซึ่งใช้ก่อนวันใช้ พ.ร.บ.นี้จนกว่าคดีนั้น ๆ จะถึงที่สุด ได้กล่าวมาแล้วว่าศาลทั้งสองวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่านายบุญลือจำเลยที่ ๒ มิได้กระทำผิดร่วมกับนายมนูญจำเลยที่ ๑ และคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ เป็นอันยุติไปโดยศาลยังมิได้รับประทับฟ้อง จึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๒ มิได้กระทำผิดด้วยกันหรือร่วมกับนายมนูญจำเลยที่ ๑ นายมนูญจำเลยที่ ๑ จึงไม่อยู่ในอำนาจที่ศาลพลเรือนจะรับไว้พิจารณา ศาลทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2499 นายบุ ศรีวงษ์ โจทก์ นายมนูญ สารตราคม ที่ 1 นายบุญลือ โฉมเจริญ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุ ศรีวงษ์ · จำเลย - นายมนูญ สารตราคม ที่ 1 นายบุญลือ โฉมเจริญ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลลพบุรี - นายสุเมธ นวะบุศย์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารศิลปวุฒิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2360/2539ฎีกา 700/2506ฎีกา 3805/2528ฎีกา 2875/2547ฎีกา 3863/2525ฎีกา 164/2503ฎีกา 101/2482ฎีกา 1689/2566ฎีกา 1533/2530ฎีกา 218/2555ฎีกา 280/2505ฎีกา 1211/2536ฎีกา 483/2520ฎีกา 452/2532ฎีกา 2813/2566ฎีกา 193/2495ฎีกา 409/2481ฎีกา 2803/2535ฎีกา 4195/2558ฎีกา 1782/2493ฎีกา 2826/2524ฎีกา 1893/2533ฎีกา 2816/2531ฎีกา 191/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา