คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การต่อสู้ที่ชุลมุนติดพันกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่อาจแยกว่าจำเลยได้ผละหนีจากการต่อสู้ขณะมีการกระทำความผิดแล้ว จำเลยนั้นย่อมมีความผิดตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้งสองฝ่ายวิวาทต่อสู้กับพวกของจำเลยฝ่ายหนึ่งใช้ปืนยิงอีกฝ่ายหนึ่ง ขณะหนี้เองจำเลยอีกฝ่ายหนึ่งอ้างว่าได้ผละหนีออกมาจาการต่อสู้แล้ว เมื่อความปรากฏว่าการวิวาทได้ชุลมุนติดพันกันอยู่ตลอดมาชั่วเวลาเล็กน้อยจึงไม่อาจแยกว่าจำเลยนั้นได้ผละหนีจากการต่อสู้ขณะมีการยิงกันขึ้นแล้ว ดังนี้จำเลยอีกฝ่ายหนึ่งที่อ้างว่าผละหนี้ออกมาแล้วนั้นย่อมมีความผิดตาม ม.253 ด้วย.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่านายเพ็ชรจำเลยอีกฝ่ายหนึ่งกับนายทองจำเลย นายมี นายวิเชียรอีกฝ่ายหนึ่งได้บังอาจวิวาทต่อสู้ กันนายวิเชียรใช้ปืนยิงนายเพ็ชรจำเลย แต่ปืนไม่ลั่น นายมีใช้ปืนยิงนายเพ็ชรแต่กระสุนไปถูกนายเล็กตาย ทั้งนี้นายวิเชียร นายมี เจตนาจะฆ่าให้ตาย ขอให้ลงโทษตาม ม.๒๔๙,๒๕๓,๒๕๔ และ ม.๒๔๙ ประกอบด้วย ม.๖๐
จำเลยปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นฟังว่านายเพ็ชรฝ่ายหนึ่ง นายทอง นายมี นายวิเชียร ฝ่ายหนึ่งได้วิวาททำหร้ายกันแต่ทางพิจารณาไม่ได้หมายความว่านายทองจำเลยได้สมคบกับนายมีนายวิเชียรใช้ปืนยิงนายเพ็ชรหรือนายเล็กจึงพิพากษาว่านายเพ็ชรจำเลยมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๓ นายทองจำเลยมีความผิดตาม ม.๒๕๓ และ ๒๕๔ ให้จำคุกคนละ ๑ ปี ลดโทษนายเพ็ชรตาม ม.๕๙ ให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๘ เดือน ของกลางริบ
โจทก์อุทธรณ์ว่านายทองจำเลยได้สมคบกับนายมี นายวิเชียรกระทำผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่านายได้ใช้ปืนยิงไปทางนายเพ็ชรจำเลย แต่กระสุนปืนไปถูกนายเล็กซึ่งเป็นคนภายนอกไม่เกี่ยวกับการวิวาท ขระนั้นนายเพ็ชรจำเลยผละหนี้ออกไปจากการต่อสู้แล้ว กรณีจึงไม่เป็นผิดตาม ม.๒๕๓ อันเป็นลักษณะคดี ศาลอุทธรณ์มีอำนาจยกขึ้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่นายเพ็ชรจำเลยด้วย จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่านายทองจำเลยมีความผิดตาม ม.๒๕๔ เพียงบทเดียว แต่กำหนดโทษให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องสำหรับนายเพ็ชรจำเลย
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๓ ด้วย หรืออย่างน้อยนายเพ็ชรจำเลยก็ควรถูกลงโทษฐานทำร้ายร่างกาย
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้สนิทว่าได้มีการวิวาทต่อสู้กันระหว่างคนตั้งแต่สามคน คือนายเพ็ชรจำเลยฝ่ายหนึ่ง นายทองจำเลย นายมี นายวิเชียรอีกฝ่ายหนึ่ง กำลังที่จำเลยทั้งสองต่อสู้ติดพันกันอยู่ นายวิเชียรก็ใช้ปืนยิง พอนายเพ็ชรจำเลยเห็นเข้าคิดหนี้ เห็นว่าการวิวาทได้ชุลมุนติดพันกันอยู่ตลอดมาชั่วเวลาเล็กน้อยจึงไม่อาจแยกว่านายเพ็ชรจำเลยได้ผละหนีจากการต่อสู้แล้วดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ความผิดของจำเลยทั้งสองไม่พ้น ก.ม.อาญา ม.๒๕๓
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทุกประการ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2499
อัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์
นายทอง ชูรอดภัย นายเพช็ร วงวาด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดพิจิตร · จำเลย - นายทอง ชูรอดภัย นายเพช็ร วงวาด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ธรรมบัณฑิต · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดพิจิตร - นายเนิน อนุ · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายยง เหลือรังษี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา