⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 851-853/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851-853/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์จะโอนกรรมสิทธิ์ได้แต่โดยพระราชบัญญัติเท่านั้น แม้จะซื้อโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนจากการขายทอดตลาดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ และวัดไม่มีหน้าที่คืนหรือชดใช้ราคาแก่ผู้ซื้อ - การมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทนวัด เจ้าอาวาสสามารถมอบอำนาจได้ และการแต่งตั้งตัวแทนจะทำโดยเปิดเผยหรือโดยปริยายก็ได้

ย่อคำพิพากษา

ม.1332 ใช้บังคับเฉพาะทรัพย์สินธรรมดา แต่สำหรับที่วัดและที่ธรณีสงฆ์นั้น พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม.41 บัญญัติว่าจะโอนกรรมสิทธิได้แต่โดย พ.ร.บ.เท่านั้น ดังนั้นแม้จะซื้อที่พิพาทไว้โดยสุจริตเสียค่าตอบแทนจากการขายทอดตลาดก็หาได้กรรมสิทธิไม่ และเมื่อวัดซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินก็ไม่มีหน้าที่คืนหรือชดใช้ราคาแก่ผู้ซื้อ เพราะกรณีไม่เข้า ม.1332 บรรยายฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของวัดกลางมาแต่สร้างวัดเช่นนี้หาเป็นเคลือบคลุมไม่ กรณีวัดจะได้ที่มาโดยเหตุใด เมื่อใดไม่ใช่ข้อสำคัญและไม่มีทางที่จะหลงผิดในการต่อสู้คดี เจ้าอาวาสแห่งวัดมอบอำนาจให้บุคคลดำเนินคดีแทนวัดได้ อ้างฎีกาที่ 823,824,825/2496 การมอบอำนาจก็คือการให้ตัวแทนมีอำนาจแทนตัวการนั่นเอง และการแต่งตั้งตัวแทนนั้นจะแต่งตั้งโดยเปิดเผยหรือโดยปริยายก็ได้ (ม.797 วรรค 2) และกิจการใดที่ ก.ม.บัญญัติว่าต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนก็ต้องทำเป็นหนังสือมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย.การที่ทำหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือย่อมหมายถึงหนังสือหรือหลักฐานอันมีลายมือชื่อของผู้เป็นตัวการซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง (ม.9) สวนสำหรับตัวแทนหรือผู้รับมอบนั้น หามี ก.ม.ใดบังคับให้ต้องลงนามด้วยไม่ ข้อ ก.ม. ที่เพิ่งยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาเป็นการต้องห้าม หาฎีกาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.106 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1332 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสามสำนวนนี้โจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดกลาง ให้ขับไล่จำเลยอย่าให้มาเกี่ยวข้อง จำเลยทั้งสามต่างให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของตน เฉพาะนางทิม จำเลยฟ้องแย้งว่าได้ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดของศาล หากจะต้องตกไปเป็นของโจทก์ ๆ ต้องรับใช้ราคาที่ดิน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทภายในเส้นสีแดงทั้งแปลงเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดกลาง ให้ขับไล่จำเลยและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปกับให้ยกฟ้องแย้งของนางทิมเสีย จำเลยทั้ง ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าที่พิพาทหมาย ๑,๒,๓ ในแผนที่กลางเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดกลาง นอกจากนี้ยืน จำเลยทั้ง ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่านางทิม ศรีธัญรัตน์ จำเลยยกข้อ ก.ม.ขึ้นฎีกาว่าตนซื้อที่พิพาทตอนหมายเลข ๑ มาโดยสุจริตจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล แม้ที่นี้จะเป็นที่ขอวัดจำเลยก็ได้กรรมสิทธิตาม ม.๑๓๓๒, ศาลฎีกาเห็นว่า ม.๑๓๓๒ ใช้บังคับได้แต่เฉพาะทรัพย์สินธรรมดา สำหรับที่วัดและที่ธรณีสงฆ์นั้น พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๔๑ บัญญัติว่าจะโอนกรรมสิทธิได้แต่โดย พ.ร.บ.ที่สองประเภทนี้จึงมีลักษณะเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์ตาม ป.พ.พ. ม.๑๐๖ ซึ่งไม่อาจจะโอนกันได้โดยชอบด้วย ก.ม. เว้นแต่จะมี พ.ร.บ.ให้อำนาจไว้เป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้แม้จำเลยได้ซื้อที่พิพาทหมาย ๑ ไว้โดยสุจริต และเสียค่าตอบแทนจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล จำเลยก็ไม่มีกรรมสิทธิในที่พิพาทตอนนี้อยู่นั่นเอง และโจทก์ก็ไม่มีหน้าที่คืนหรือชดใช้ราคาให้แก่นางทิมจำเลยเพราะกรณีไม่เข้ามาตรา ๑๓๓๒ นางทุมมาฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ได้บอกว่าวัดสร้างมาเมื่อใด และได้ที่พิพาทมาอย่างใด ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อโจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นที่ของวัดแล้ววัดจะได้ที่นั้นมาโดยเหตุใดและเมื่อใดก็ไม่ใช่ข้อสำคัญ เพราะเมื่อเป็นที่ของวัดแล้วผู้ใดจะแบ่งกรรมสิทธิที่นั้นไปจากวัดไม่ได้ กรรมสิทธิจะโอนไปจากวัดได้แต่โดย พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้วข้างต้น จำเลยมีทางได้ที่นี้แต่โดยพิสูจน์ว่าเป็นที่ของจำเลยไม่ใช่ที่ของวัดเท่านั้น อีกประการหนึ่งในฟ้องของโจทก์ก็ได้ระบุไว้แล้วว่าที่พิพาทเป็นของวัด จึงไม่มีทางที่จำเลยจะผิดหลงในการต่อสู้คดี ทั้งในการพิจารณาก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีความขัดข้องในการต่อสู้คดีเนื่องจากฟ้องโจทก์มีข้อความไม่ชัดเจนแต่ประการใด นางทุมมาฎีกาเจ้าอาวาสวัดกลางแต่องค์เดียวไม่มีสิทธิมอบอำนาจให้โจทก์ดำเนินคดีแทนวัดได้ ข้อนี้ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยโดยคำพิพากษาฎีการที่ ๘๒๓,๘๒๔,๘๒๕ พ.ศ.๒๔๙๖ แล้วว่าเจ้าอาวาสแห่งวัดอาจมอบอำนาจให้บุคคลดำเนินคดีแทนวัดได้ นางทุมมาฎีกาว่าหนังสือมอบอำนาจในฟ้องคดีของเจ้าอาวาสไม่สมบูรณ์ ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าการมอบอำนาจก็คือการให้ตัวแทนมีอำนาจทำการแทนตัวการนั่นเอง การแต่งตั้งตัวทนนั้น ป.พ.พ. ม.๗๙๗ วรรค ๒ บัญญัติว่าจะแต่งตั้งโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายก็ได้ เพราะฉนันในบางกรณีแม้ไม่ได้ทำเป็นหนังสือ เลยก็อาจตั้งตัวแทนได้ ม.๗๙๘ เป็นแต่บัญญัติว่ากิจการใดท่านบังคับไว้โดย ก.ม.ว่าต้องทำเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือ กิจการใด ก.ม.บังคับไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการนั้นก็ต้องมีหลักฐาเป็นหนังสือด้วย การที่ว่าต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือในมาตรานี้ย่อมหมายความถึงหนังสือหรือหลักฐานอันมีลายมือชื่อของผู้เป็นตัวการซึ่งเป็นผู้ทำการแต่งตั้งนั้น ตามหลักทั่วไปที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. ม.๙ สำหรับตัวแทนไม่มี ก.ม.ใดบังคับว่าจะต้องลงนามในหนังสือแต่งตั้งหรือมอบอำนาจนั้นด้วย ส่วนที่จำเลยอ้างว่าใบมอบอำนาจเลื่อนลอยไม่ได้ระบุให้ฟ้องขับไล่ผู้ใดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าข้ออ้างนั้นจำเลยเพิ่งยกขึ้นกล่าวในชั้นฎีกาจึงต้องห้ามไม่จำต้องพิจารณา จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851 - 853/2499 นายเสนอ นาระดล ผู้รับมอบอำนาจเจ้าอาวาสวัดกลาง โจทก์ นายคำถา วงษ์ราษฎร์. นางพิมพ์ ศรีธัญรัตน์. นางสา ปัจฉาพร โดยนางทุมมา สุบันนุช รับมรดกความ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสนอ นาระดล ผู้รับมอบอำนาจเจ้าอาวาสวัดกลาง · โดยนางทุมมา - นายคำถา วงษ์ราษฎร์. นางพิมพ์ ศรีธัญรัตน์. นางสา ปัจฉาพร · จำเลย - สุบันนุช รับมรดกความ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยกรณ์พิทารณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายชวล · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงวินิตรเนติศาส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 272/2490ฎีกา 6/2475ฎีกา 1572/2511ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 158/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา