⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 947/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่ามีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้อาศัยที่ได้รับแจ้งให้ออกจากสถานที่เช่าแล้วแต่ไม่ยอมออกได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ที่ 2 ได้โอนสิทธิการเช่าห้องพิพาทให้โจทก์ที่ 1 แล้วโจทก์ที่ 1 ได้เช่าตรงต่อทรัพย์สิน ฯ จำเลยเป็นลูกจ้างที่ 2 โจทก์ที่ 2 ได้บอกให้จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท จำเลยไม่ยอมออก จึงฟ้องขอให้บังคับ ฟ้องของโจทก์ดังกล่าวมานี้แสดงว่าโจทก์เป็นผู้เช่าสถานที่พิพาทจากทรัพย์สิน ฯ จำเลยเป็นผู้อาศัยและโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยออกจากสถานที่เช่าแล้ว จำเลยไม่ยอมออกเช่นนี้โดยปกติโจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยได้ ส่วนข้อต่อสู้จำเลยจะมีอย่างไรเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา ฟ้องโจทก์ควรรับไว้ พิจารณาต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ที่ ๑ ได้รับโอนสิทธิการเช่าจากโจทก์ที่ ๒ ผู้เช่าเดิม เดิมโจทก์ที่ ๒ จ้างจำเลยจัดการค้าในห้องเช่าเมื่อโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ที่ ๑ แล้ว โจทก์ที่ ๒ ได้เช่าตรงต่อทรัพย์สิน ฯ โจทก์ที่ ๒ บอกเลิกจ้างจำเลยและแจ้งให้จำเลยออก จำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร พร้อมกับการยื่นฟ้อง โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเรียกสำนักงานทรัพย์สิน ฯผู้ให้เช่าเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม ในชั้นสั่งฟ้องศาลแขวงพระนครเหนือเห็นว่าโจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยได้เพราะไม่ใช่เจ้าของที่พิพาท โจทก์ที่ ๑ เป็นเพียงแต่ผู้เช่ายังไม่ได้เข้าครอบครองที่เช่าเลย เมื่อเข้าครอบครองไม่ได้ก็ชอบที่จะว่ากล่าวเอากับผู้ให้เช่า ส่วนโจทก์ที่ ๒ เมื่อโอนสิทธิการเช่าไปแล้วก็ไม่มีสิทธิอะไรเหลือให้เกิดอำนาจฟ้องและการที่โจทก์ขอให้เรียกสำนักงานทรัพย์สิน ฯ เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมนั้น เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องได้เองแล้ว ก็ไม่มีสิทธิขอให้เรียกผู้ใดเข้ามาในคดีพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นรับประทับฟ้องโจทก์และเรียกสำนักงานทรัพย์สิน ฯ เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมนั้น เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องได้เองแล้ว ก็ไม่มีสิทธิขอให้เรียกผู้ใดเข้ามาในคดีพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นรับประทับฟ้องโจทก์และเรียกสำนักงานทรัพย์สิน ฯ เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมตามคำขอของโจทก์ แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามรูปคดี จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องโจทก์ดังที่บรรยายมาแสดงว่า โจทก์เป็นผู้เช่าสถานที่พิพาทจากทรัพย์สิน ฯ จำเลยเป็นผู้อาศัย และโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยออกจากสถานที่เช่าแล้ว จำเลยไม่ยอมออก เช่นนี้โดยปกติโจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยได้ ส่วนข้อต่อสู้จำเลยจะมีอย่างไรเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2499 นายแถลงไข วิทุพราหมณกุล ที่ 1 คุณหญิงอาชญาจักร (แส โรจนะวิภาต) ที่ 2 โจทก์ นายเลากัง แซ่ตั้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแถลงไข วิทุพราหมณกุล ที่ 1 คุณหญิงอาชญาจักร (แส โรจนะวิภาต) ที่ 2 · จำเลย - นายเลากัง แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ดุลยกรณ์พิทารณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ว.วงษ์ศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา