⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 993/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 993/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้เช่าซึ่งมีชื่อในสัญญาเช่าเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายเมื่อทรัพย์สินที่เช่าถูกทำให้เสียหาย แม้จะให้บุคคลอื่นอยู่และเสียค่าเช่าแทนก็ตาม * ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง หากทนายจำเลยซักค้านพยานโจทก์โดยให้พยานตรวจดูและยอมรับเอกสารใด เอกสารนั้นย่อมถือเป็นส่วนหนึ่งของคำเบิกความของพยานโจทก์

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาที่ว่าจำเลยมีเจตนาร้ายหรือเจตนาทุจริตหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ผู้เช่าซึ่งมีชื่อในสัญญาเช่ามอบห้องเช่าให้โจทก์อยู่และให้โจทก์เป็นผู้เสียค่าเช่า จำเลยทำให้บานประตูห้องเช่าเสียหาย โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำให้เสียทรัพย์ไม่ได้เพราะไม่ใช่ผู้เสียหาย ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องในคดีอาญาที่ราษฎร เป็นโจทก์เมื่อทนายจำเลยซักค้านพาดพิงถึงเอกสารใดได้ให้พยานตรวจดูและยอมรับแล้วจำเลยย่อมส่งเอกสารนั้น เข้าประกอบคำพยานโจทก์ได้ ไม่ถือว่าเป็นการนำพยานเข้าสืบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.324 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.165 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายอาญา ม.324

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวก อีก ๓ คน บุกรุกเข้าไปในเคหะสถานอันเป็นที่อยู่อาศัยของโจทก์โดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วบังอาจงัดเอาสายยูกุญแจของโจทก์ไป ๒ คู่ทำให้บานประตูบ้านโจทก์เสียหาย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๓,๒๙๔,๓๒๔,๓๒๘,๓๒๙,๖๓ ชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้ความว่าบ้านที่พิพาทเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ซึ่งนายเยื้อนเป็นผู้เช่า นายเยื้อนมอบให้โจทก์เข้าอยู่แทนโจทก์เสียค่าเช่าให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในนามของนายเยื้อน ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ได้ทำสัญญากับจำเลยจะโอนบ้านที่พิพาทให้จำเลยเป็นผู้เช่าโดยจำเลยจะชำระเงินให้โจทก์ จำเลยจะต้องซ่อมบ้านให้ดีหลังจากทำสัญญากันแล้วจำเลยได้ไปขอเช่าบ้านนี้ต่อสำนักงานทรัพย์สิน ฯ ต่อมาโจทก์เลิกสัญญากับจำเลยแล้วเอาสายยูไปติดประตูบ้านเสีย จำเลยได้งัดสายยูทำให้บานประตูแตกและได้เอาสายยูไปเสียด้วย โจทก์รับว่าจำเลยได้ฟ้องสำนักงานทรัพย์สิน ฯ และศาลพิพากษาให้สำนักงานทรัพย์สิน ฯทำให้สัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว แต่คดียังอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าในข้อหาฐานบุกรุกนั้นจำเลยไม่มีเจตนาร้าย ในเรื่องลักทรัพย์นั้นเห็นว่าไม่ได้มีเจตนาทุจริตจะลักทรัพย์ ส่วนข้อหาฐานทำให้เสียทรัพย์นั้นโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย พิพากษาว่าฟ้องโจทก์ไม่มีมูล ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าในข้อหาฐานบุกรุกและลักทรัพย์นั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้มีเจตนาร้ายหรือทุจริตจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ส่วนเรื่องทำให้เสียทรัพย์นั้นได้ความว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เช่าจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย การไต่สวนมูลฟ้องจำเลยหรือทนายมีสิทธิซักค้านพยานโจทก์ได้ เมื่อการซักพาดพิงไปถึงเอกสารใดซึ่งพยานได้ตรวจดูและให้การยอมรับเอกสารนั้นแล้ว จำเลยย่อมส่งเอกสารเข้าประกอบคำให้การพยานโจทก์ได้ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๖๕ ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 993/2499 นายทิม ภูริพัฒน์ โจทก์ นางดิสพร โสภณดิลก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทิม ภูริพัฒน์ · จำเลย - นางดิสพร โสภณดิลก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - หลวงอรรถ วุฒิวรวาจก์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเชื้อ คงคากุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2360/2539ฎีกา 2665/2515ฎีกา 164/2503ฎีกา 1162/2491ฎีกา 2389/2525ฎีกา 1536/2497ฎีกา 668/2481ฎีกา 218/2555ฎีกา 1211/2536ฎีกา 1294/2509ฎีกา 1782/2493ฎีกา 2826/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 686/2523ฎีกา 767/2490ฎีกา 34/2491ฎีกา 7603/2551ฎีกา 487/2488ฎีกา 444/2472ฎีกา 3789/2532ฎีกา 766/2504ฎีกา 1821/2493ฎีกา 178/2494ฎีกา 6121/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา