คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051-1055/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่จำเลยแถลงไม่คัดค้านคำขอแก้ไขฟ้องและได้ทำคำให้การแก้ฟ้องเพิ่มเติมแล้ว ถือว่าจำเลยสละสิทธิ์ในการคัดค้านคำขอแก้ไขฟ้องในชั้นฎีกา.
* บริษัทจำกัดจะพ้นจากความรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต แม้จะมีการปฏิบัติที่ขัดต่อข้อบังคับของบริษัท หากบริษัทรู้และยอมให้บุคคลอื่นแสดงตนเป็นตัวแทนของตน.
ย่อคำพิพากษา
แม้จำเลยจะได้รับสำเนาคำร้องของโจทก์ที่ขอแก้ไขและเพิ่มเติมฟ้องยังไม่ถึง 3 วัน ก่อนศาลชั้นต้นทำคำสั่งอนุญาตก็ดี แต่เมื่อปรากฎว่าจำเลยแถลงไม่คัดค้านที่โจทก์ขอแก้ทั้งได้ทำคำให้การแก้ฟ้องเพิ่มเติมแล้ว จำเลยจะมาคัดค้านในชั้นฎีกาไม่ได้.
พฤติการณ์ที่บริษัทจำกัดจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ได้ปฏิบัติมา เห็นได้ว่าบริษัทจำเลยที่ 1 รู้แล้วยอมให้จำเลยที่ 2 เชิดตัวเองแสดงกับบุคคลภายนอกว่าเป็นตัวแทนของตน แม้ข้อบังคับของบริษัทมีว่าต้องมีกรรมการ 2 นายลงชื่อในนิติกรรม จึงจะผูกพันจำเลยที่ 1 ได้ บริษัทจำเลยที่ 1 ก็ไม่พ้นความรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริต.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่อง ซื้อขาย, ขอให้ชำระเงิน, เรียกค่าจ้างทำของ, เรียกค่าจ้างแรงงาน
ได้ความว่าพฤติการณ์ที่บริษัทจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ปฏิบัติกันมา เห็นได้ว่าบริษัทจำเลยที่ ๑ รู้แล้วยอมให้จำเลยที่ ๒ เชิดตัวเองแสดงกับบุคคลภายนอกว่าเป็นตัวแทนของตน
จำเลยที่ ๑ ฎีกาทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
ในข้อกฎหมาย จำเลยที่ ๑ คัดค้านในการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ไขและเพิ่มเติมฟ้องทั้ง ๕ สำนวน ซึ้งเป็นการไม่ชอบ ป.วิ.พ.ม.๑๘๑ เพราะโจทก์ยังไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องในจำเลยก่อนวันนัดพิจารณา ๓ วัน
ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าแม้จำเลยที่ ๑ จะได้รับสำเนาคำร้องของโจทก์ที่ขอแก้ทั้งได้ทำคำให้การแก้ฟ้องเพิ่มเติมแล้ว จะมาคัดค้านในชั้นนี้ไม่ได้
ส่วนในสำเนาที่ ๑,๒,๓ และ ๕ จำเลยที่ ๑ ก็ได้แถลงคัดค้านว่าโจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องให้จำเลยก่อนวันชี้สองสถาน ๓ วัน จึงอนุญาตให้โจทก์แก้ไขและเพิ่มเติมฟ้องได้ การที่จำเลยที่ ๑ กลับมาคัดค้านในชั้นนี้เป็นอีกอย่างหนึ่ง ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย
เมื่อได้ความดังกล่าวข้างต้นว่า พฤติการณ์ที่บริษัทจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ปฏิบัติกันมา เห็นได้ว่าบริษัทจำเลยที่ ๑ รู้แล้วยอมให้จำเลยที่ ๒ เชิดตัวเองแสดงกับบุคคลภายนอกว่าเป็นตัวแทนของตน แม้ข้อบังคับของบริษัทมีว่าต้องมีกรรมการ ๒ นาย ลงชื่อในนิติกรรมจึงจะผูกพันบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้ บริษัทจำเลยที่ ๑ ก็ไม่พ้นความรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริต
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ให้บริษัทจำเลที่ ๒ ชดใช้เงินตามจำนวนที่โจทก์ฟ้องทุกสำนวนพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051 - 1055/2500
ห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทเกียนตัง (สำนวนที่ 1) นายกิมจั้ว แซ่ลิ้ม (สำนวนที่ 2)
บริษัทบ้วนเฮง จำกัด (สำนวนที่ 3) นายฝัน สุวรรณน้อย กับพวก (สำนวนที่ 4)
นางผ่องใส รื่นสำราญ (สำนวนที่ 5) โจทก์
บริษัทสหสรรพกิจ จำกัด โนยนายจรูญ เอื้อชูเกียรติ ผู้จัดการที่ 1, นาย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | 2) - ห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทเกียนตัง (สำนวนที่ 1) นายกิมจั้ว แซ่ลิ้ม (สำนวนที่ · 4) - บริษัทบ้วนเฮง จำกัด (สำนวนที่ 3) นายฝัน สุวรรณน้อย กับพวก (สำนวนที่ · โจทก์ - นางผ่องใส รื่นสำราญ (สำนวนที่ 5) · นาย - บริษัทสหสรรพกิจ จำกัด โนยนายจรูญ เอื้อชูเกียรติ ผู้จัดการที่ 1, |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยการณ์โกวิท · นนทปัญญา · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | นายกิตติ สีหนนท์ · หลวงสุทธิเทศนฤบาล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา