⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1155/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2500

ย่อคำพิพากษา

ในศาลชั้นต้นจำเลยต่อสู้ว่าการเวนคืนโฉนดที่จำเลยให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันเงินกู้นั้นเท่ากับเป็นการเวนคืนเอกสารหลักฐานแห่งการกู้ยืมประเด็นข้อนี้ศาลชั้นต้นสั่งไม่ให้จำเลยนำสืบ เมื่อจำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งนี้ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 226 จำเลยจะขอให้ศาลฎีการวินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง ผิดสัญญายึม โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๖๐๐๐ บาท ตาม สัญญากู้ ขอให้จำเลยใข้คืนพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยรับว่าได้กู้เงินโจทก์ ๖๐๐๐ บาทและได้ทำสัญญากู้ให้โจทก์ไว้จริงและได้มอบโฉนดที่ดินไว้เป็นประกันเงินด้วย จำเลยได้ใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์หมดสิ้นแล้ว โจทก์ได้คืนโฉนดให้จำเลยมา แต่โจทก์ว่ายังค้นหาสัญญากู้ไม่พบ เมื่อพบแล้วจะคืนให้จำเลยภายหลัง โจทก์สั่งสัญญากู้ต่อศาล จำเลยตรวจดูแล้วแถลงว่าจะใช่สัญญากู้รายนี้หรือไม่ จำไม่ได้ แต่ได้ใช้เงินคืนโจทก์หมดสิ้นแล้วพร้อมด้วยดอกเบี้ยไม่มีติดค้าง ทั้งนี้มิได้มีการเวนคืนโฉนดที่โจทก์ยึดไว้เป็นประกันการกู้ให้จำเลยเท่านั้น ศาลชั้นต้นกะประเด็นให้คู่ความนำสืบเพียงว่า สัญญากู้ฉบับที่กล่าวนี้ใช่ฉบับที่โจทก์นำมากล่าวอ้างหรือไม่ ให้โจทก์นำสืบก่อน ส่วนประเด็นที่ว่าจำเลยได้ชำระเงินกู้รายนี้ให้โจทก์แล้วหรือยัง จำเลยไม่มีเอกสารหลักฐานการชำระหนี้มาแสดงต้องห้ามตาม ป.พ.พ.มาตรา ๖๕๓ แม้จำเลยจะอ้างว่าโจทก์ได้คืนโฉนดที่ดินของจำเลยที่โจทก์ยึดไว้เป็นหลักประกันการกู้เงินตามสัญญากู้ก็ไม่ปรากฎว่าได้มีการมอบโฉนดให้โจทก์ยึดถือไว้แต่ประการใด จำเลยจะขอสืบเพิ่มเติมแก้ไขเอกสารไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม.๙๔(ข) และการคืนโฉนดก็มิใช่เป็นการเวนคืนเอกสารหลักฐานแห่งการกู้ยืมตาม ม.๖๕๓ จึงไม่อนุญาตให้จำเลยนำสืบในประเด็นข้อนี้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าการนำสืบของโจทก์ฟังได้ว่าเอกสารสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องใช่สัญญาฉบับที่จำเลยทำให้โจทก์ไว้แน่ เมื่อศาลสั่งตัดพยานของจำเลยที่จะนำสืบว่าจำเลยได้ชำระหนี้รายนี้ไปแล้ว ก็ต้องฟังว่าหนี้รายนี้ยังมิได้ชำระ จึงพิพากษาให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตั้งแต่วันกู้ไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาทั้งในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ส่วนข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาว่า การเวนคืนโฉนดที่จำเลยยึดถือไว้เท่ากับเป็นการเวนคืนเอกสารหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้น ประเด็นข้อนี้ศาลชั้นต้นสั่งไม่ให้จำเลยนำสืบ จำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งนี้ตาม ป.วิ.แพ่ง ม.๒๒๖ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2500 นายอ่อง สพันธุพงษ์ โจทก์ นายช่วง จิตรเพ่ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอ่อง สพันธุพงษ์ · จำเลย - นายช่วง จิตรเพ่ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์นายประสม เภกะสุต · นายคร้าม สิวายะวิโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 4359/2540ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1339/2499ฎีกา 231/2482ฎีกา 3007/2525ฎีกา 170/2546ฎีกา 1195/2535ฎีกา 1022/2551ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 794/2509ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2657/2534ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1196/2513ฎีกา 306/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา