⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1187/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1187/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลรับจะกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วไม่ทำตามที่รับนั้น ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง แม้จะมีการกล่าวอ้างว่าเป็นการหลอกลวงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กล่าวฟ้องว่า จำเลยใช้อุบายหลอกลวงเอาความเท็จมากล่าวแก่ผู้เสียหายว่าจำเลยร้อนเงิน ขอยืมเข็มขัดนาคไปจำนำก่อนเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ วันรุ่งขึ้นจะจัดการไถ่คืนให้ ซึ่งความจริงจำเลยไม่ได้มีเจตนาจะนำเข็มขัดนาคไปจำนำและจัดการไถ่คืนให้ผู้เสียหายดังกล่าว แต่จำเลยมีเจตนาจะเอาเข็มขัดนาคนั้นเสียเลย ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงมอบเข็มขัดนาคของผู้เสียหายให้จำเลยไป แล้วจำเลยเอาเข็มขัดนาคสายนี้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย การบรรยายฟ้องเช่นนี้ ไม่เป็นฟ้องฐานฉ้อโกง ในฟ้องแสดงเพียงว่าจำเลยรับจะทำอะไรแล้วไม่ทำตามรับเท่านั้น การไม่ทำตามรับเช่นนี้ไม่ใช่ความผิดฐานฉ้อโกง แม้ในฟ้องมีคำว่าจำเลยใช้อุบายหลอกลวง แต่เมื่ออ่านฟ้องโดยตลอดจะพบว่า ไม่มีการหลอกลวงอันเป็นความผิดอาญา. (ประชุมครั้งใหญ่ 11/2500)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง ฉ้อโกง โจทก์ฟ้องว่า "จำเลยบังอาจมีเจตนาทุจริตใช้อุบายหลอกลวงให้นางสาคร มียัง ส่งทรัพย์ให้จำเลย โดยจำเลยเอาความเท็จมากล่าวแก่นางสาคร มียังว่าจำเลยร้อนเงิน ขอยืมเข็มขัดนาคของนางสาคร มียัง ไปจำนำก่อนเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ วันรุ่งขึ้นจะจัดการไถ่คืนให้ ซึ่งความจริงจำเลยไม่ได้มีเจตนาจะนำเข็มขัดนาคไปจำนำและจัดการไถ่คืนให้นางสาคร มียัง ดังกล่าว แต่จำเลยมีเจตนาจะเอาเข็มขัดนาคนั้นเสียเลย นางสาคร มียัง หลงเชื่อในถ้อยคำอันเป็นเท็จของจำเลย จึงมอบเข็มขัดนาค ๑ สายราคา ๒,๖๐๐ บาทของนางสาคร มียัง ให้แก่จำเลยไป แล้วจำเลยเอาเข็มขัดนาคสายนี้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย" ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๐๔ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๖ เดือน ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๐๔ จำเลยอุทธรณ์ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ข้อความตามที่ปรากฎในฟ้อง ไม่มีข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นมูลให้เกิดความผิดฐานฉ้อ ข้อความตามที่ปรากฎในฟ้องแสดงเพียงว่า จำเลยรับจะทำอะไรแล้วไม่ทำตามรับเท่านั้น การไม่ทำตามรับดังคดีนี้ไม่ใช่ความผิดฐานฉ้อ ในฟ้องมีคำว่า จำเลยใช้อุบายหลอกลวงข้อนี้ก็จริงอยู่ แต่เมื่ออ่านฟ้องโดยตลอดจะพบว่า ไม่มีการหลอกลวงอันเป็นความผิดอาญา ฟ้องไม่เป็นฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1187/2500 อัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ ส.ต.ต.ประชุม ระกาด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - ส.ต.ต.ประชุม ระกาด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์นายสวัสดิ์ สิกเสน · หลวงมนูเทศน์วิมลภัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1230/2497ฎีกา 455/2485ฎีกา 821/2486ฎีกา 1623/2494ฎีกา 196/2494ฎีกา 230/2486ฎีกา 668/2502ฎีกา 741/2494ฎีกา 299/2490ฎีกา 771/2487ฎีกา 1134/2493ฎีกา 1529/2501ฎีกา 76/2487ฎีกา 1036/2482ฎีกา 1936/2497ฎีกา 920/2480ฎีกา 705/2493ฎีกา 434-435/2505ฎีกา 894/2490ฎีกา 337/2485ฎีกา 1201-1203/2498ฎีกา 505/2485ฎีกา 257/2485ฎีกา 1953/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา