คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2500
พ.ร.บ.ฝิ่น ม.8, 53, 66 · ลักษณะอาญา ม.11, 23
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกจำเลยสถานเดียวโดยไม่ปรับตามมาตรา 23 แห่งกฎหมายลักษณะอาญา บทบัญญัติเรื่องการปรับในกฎหมายเฉพาะก็เป็นอันพ้นไป
ย่อคำพิพากษา
ตาม ม.11 แห่งกฎหมายลักษณะอาญาอาจนำมาตรา 23 แห่งกฎหมายลักษณะอาญามาบังคับกับ พ.ร.บ.ฝิ่นได้
เมื่อนำ ม.23 แห่งกฎหมายลักษณะอาญามาใช้แล้ว ศาลก็อาจจำคุกจำเลยสถานเดียวโดยไม่ปรับได้
ข้อความที่บัญญัติไว้ในกฎหมายฝิ่นว่าให้ปรับเท่านั้น ๆ เท่า หมายความว่าเมื่อศาลจะปรับจึงจะปรับตามส่วนที่กฎหมายฝิ่นกำหนดเมื่อศาลใช้ดุลพินิจจำคุกอย่างเดียว โดยไม่ปรับ บทบัญญัติในเรื่องปรับก็เป็นอันพ้นไป
การฎีกาให้ศาลใช้ดุลพินิจลงโทษปรับด้วย เป็นข้อเท็จจริง ฎีกาไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.11 กฎหมายลักษณะอาญา ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2494 ม.6 พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2494 ม.7 พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.2472 ม.8 พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.2472 ม.53 พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.2472 ม.66 🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 →
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๓๐ ก.ค.๒๔๙๘ เวลากลางวัน จำเลยบังอาจมีฝิ่น มูลฝิ่นและมีกล้องสูบฝิ่นสูบฝิ่นนอกร้านโดยมิได้รับอนุญาต จึงขอให้ศาลลงโทษ
ศาลชั้นต้นสืบพยานประกอบคำรับสารภาพแล้วตัดสินว่า จำเลยมีผิดตาม พ.ร.บ.ผิ่น พ.ศ.๒๔๗๒ ม.๘,๑๔,๑๕,๕๓,๖๖ พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.๒๔๙๔ ม.๖,๗ วางโทษฐานมีฝิ่นและมูลฝิ่น จำคุก ๒ เดือน ปรับ ๗๐๐ บาท ฐานมีอุปกรณ์สูบฝิ่น ฯ ปรับ ๑๐๐ บาท ลดเพราะรับสารภาพกึ่งหนึ่งคงจำคุก ๑ เดือน ปรับ ๔๐๐ บาท โทษจำให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๑ ปี คงปรับสถานเดียว ของกลางริบ
โจทก์อุทธรณ์ว่าศาลลงโทษต่ำกว่าอัตราในกฎหมายในฐานะมีฝิ่นและมูลฝิ่น
ศาลอุทธรณ์ว่าฝิ่นตามฟ้องราคา ๑๓.๕๐ บาท มูลฝิ่นราคา ๒๒๕ บาท ดังนั้นในฐานมีฝิ่น ศาลจะกำหนดโทษจำเลยจำคุกต่ำกว่า ๖ เดือน และปรับต่ำกว่า ๕๐๐ บาทไม่ได้ ฉะนั้นกำหนดโทษที่ศาลชั้นต้นลงไม่ถูกต้องจึงพิพากษาแก้ให้รวมลงโทษจำคุกจำเลย ๗ เดือน ลดฐานรับสารภาพกึ่งคงจำคุก ๓ เดือน ๑๕ วัน การรอการลงโทษและนอกนั้นคงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลเดิม
โจทก์ฎีกาว่าตามกฎหมายฝิ่นต้องลงโทษปรับด้วย หรือเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะงดปรับเสียก็ได้ ศาลควรใช้ดุลยพินิจให้ปรับด้วย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๓ บัญญัติว่า บรรดาโทษที่กำหนดทั้งจำคุกและปรับเป็นสองสถาน ให้ศาลวินิจฉัยตามเหตุการณ์ ถ้าเห็นสมควรจะให้ยกโทษปรับเสียก็ได้ และโดยกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๑ ให้นำมาตรา ๒๓ มาใช้กับ พ.ร.บ.ฝิ่นด้วยได้ ส่วนคำว่าต้องปรับด้วยตาม พ.ร.บ.ฝิ่นนั้นหมายความเฉพาะที่ศาลพิพากษาปรับแล้วจึงจะต้องปรับให้ได้จำนวนเท่าที่กฎหมายฝิ่นกำหนดไว้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกสถานเดียวนั้นชอบแล้ว สำหรับข้อที่โจทก์ฎีกาให้ศาลใช้ดุลยพินิจปรับนั้นเป็นข้อเท็จจริงฎีกาไม่ได้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2500
พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร โจทก์
นายเฮง แซ่ตั้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร · จำเลย - นายเฮง แซ่ตั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา