คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1476/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* สัญญาประนีประนอมที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งบอกล้างโดยอีกฝ่ายมิได้ยินยอมให้ระงับหรือเลิก ย่อมมีผลใช้บังคับได้
* คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งในสัญญาประนีประนอม ย่อมมีสิทธิฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญานั้นได้โดยลำพัง แม้จะมีบุคคลอื่นร่วมเป็นคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งด้วยก็ตาม
* ข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมเกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่สัญญา มีผลผูกพันคู่สัญญา แม้ว่าการได้รับทรัพย์สินนั้นของคู่สัญญาบางฝ่ายจะขึ้นอยู่กับการอนุญาตของเจ้าพนักงานก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ความตอนท้ายคำฟ้องประกอบกับคำขอท้ายฟ้องแสดงว่า เมื่อจำเลยไม่ยินยอมปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมถึงกับมีหนังสือบอกล้างมา โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาให้ที่ดินทั้งหมดเป็นของโจทก์ แต่ถ้าไม่ได้ โจทก์ก็ขอเอาตามส่วนที่ประนีประนอมกัน และที่จำเลยให้การต่อสู้ก็แสดงว่าจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ประการใด เช่นนี้ ฟ้องไม่เคลือบคลุม
โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมกันไว้ ต่อมาจำเลยบอกล้างฝ่ายเดียว โจทก์มิได้ยินยอมให้ระงับหรือเลิกสัญญาแต่อย่างใด สัญญาประนีประนอมดังกล่าวย่อมมีผลใช้บังคับได้อยู่
สัญญาประนีประนอมมีโจทก์กับบุตรโจทก์ฝ่ายหนึ่ง จำเลยที่ 1 - 2 อีกฝ่ายหนึ่ง เป็นคู่สัญญา บุตรโจทก์จะร่วมเป็นโจทก์ด้วยหรือไม่ ไม่สำคัญ โจทก์ผู้เป็นคู่สัญญาย่อมฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญานั้น โดยลำพังได้
โจทก์และบุตรโจทก์แม้เป็นคนต่างด้าวก็เป็นคู่สัญญาประนีประนอมเกี่ยวกับการแบ่งที่ดินรายพิพาทได้ เพราะโจทก์และบุตรจะได้รับอนุญาตให้ได้รับส่วนในที่ดินหรือไม่ เป็นเรื่องของเจ้าพนักงาน ไม่เกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างคู่สัญญานี้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่อง ละเมิด ขอให้ทำลายนิติกรรม
ได้ความว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมกันไว้เกี่ยวกับที่ดินรายพิพาทตามเอกสารหมาย จ. ๔
ศาลฏีกาาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสองว่าที่ดินตามสัญญาประนีประนอมหมาย จ. ๔ ข้อ ข. เป็นของโจทก์ ห้ามมิให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินส่วนนี้
ข้อกฏหมายที่จำเลยตัดฟ้องว่าฟ้องเคลือบคลุม ศาลฏีกาเห็นว่าฟ้องไม่เคลือบคลุม เพราะโจทก์กล่าวบรรยายแสดงโดยแจ้งขัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานั้น ความตอนท้ายคำฟ้องประกอบกับคำขอท้ายคำฟ้อง แสดงว่าเมื่อจำเลยไม่ยอมปฏืบัติตามสีญญาประนีประนอมถึงกับมีหนังสือบอกล้างมา โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาให้ที่ดินทั้งหมดเป็นของโจทก์ แต่ถ้าไม่ได้โจทก์ก็ขอเอาตามส่วนที่ประนีประนอมกัน และที่จำเลยให้การต่อสู้ก็แสดงว่า จำเลยมิได้หลงข้อสู้ประการใด
ที่จำเลยที่ ๒ ว่า เมื่อได้ทำสัญญาประนีประนอมแล้ว นายไหลั้งบุตรโจทก์กลับจะเรียกเงินค่าทนายความเอาอีกมากมาย จำเลยเห็นว่าไม่ตรงตามที่พูดกันไว้จึงบอกล้างสัญญาเสียนั้น ศาลฏีกาเห็นว่าการบอกล้างของจำเลยเป็นการบอกล้างฝ่ายเดียว โจทก์มิได้ยินยอมให้ระงับหรือเลิกสัญญาแต่อย่างใด ฉะนั้นสัญญาประนีประนอมที่โจทก์จำเลยทำกันไว้ จึงมีผลใช้บังคีบได้อยู่
ส่วนที่จำเลยโต้แย้งว่า สัญญาประนีประนอมรายนี้ไม่สมบูรณ์ โดยเหตุประการอื่น ๆ อีกนั้น ศาลฏีกาเห็นว่าการที่จำเลยที่ ๑ ได้ร่วมเป็นคู่สัญญาด้วยก็ดี นายไหลั้งเข้ามาเป็นคู่สัญญาร่วมด้วยก็ดี นายไหลั้งซึ่งเป็นคู่สัญญาด้วยมิได้เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมด้วยก็ดี โจทก์และนายไหลั้งเป็นคนต่างด้าวไม่แน่นอนว่าจะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินก็ดี หรือการที่มีข้อความในสัญญาเรื่องโรงเจด้วย ซึ่งจำเลยที่ ๑ ยกให้เป็นสาธารณะมาก่อนแล้วก็ดี เหล่านี้หาทำให้สัญญาประนีประนอมเสียไปทั้งหมดไม่
ศาลฏีกาเห็นว่า สัญญาประนีประนอมมีโจทก์กับนายไหลั้งบุตรโจทก์ฝ่ายหนึ่ง จำเลยที่ ๑ กับที่ ๒ อีกฝ่ายหนึ่งเป็นคู่สัญญา นายไหลั้งจะรวมเป็นโจทก์ด้วยหรือไม่ ไม่สำคัญ โจทก์ผู้เป็นคู่สัญญาย่อมฟ้องโดยลำพังได้ ส่วนที่โจทก์และนายไหลั้งเป็นคนต่างด้าวก็ไม่สำคัญ เพราะเป็นเรื่องของเจ้าพนักงานจะอนุญาตให้ได้รับส่วนในที่ดินหรือไม่ ในชั้นนี้ไม่เกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลย และข้อความในสัญญาเรื่องโรงเจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหากจากเรื่องส่วนได้ของโจทก์จำเลยตามสัญญา ไม่ทำให้ข้อตกลงในเรื่องส่วนได้ของโจทก์จำเลยต้องเสียไป.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1476/2500
นางเซี้ยว แซ่โค่ว โจทก์
นายเล่าจ๋อ แซ่โค่ว กับพวก รวม 2 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเซี้ยว แซ่โค่ว · จำเลย - นายเล่าจ๋อ แซ่โค่ว กับพวก รวม 2 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายประดิ · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารกิจปรีชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา