⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1683/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ขู่เข็ญว่าจะทำร้ายโดยใช้อาวุธเพื่อบังคับให้ผู้อื่นจำยอมกระทำการตามความประสงค์ ถือเป็นความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ และหากการขู่เข็ญนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำผิดอาญาฐานอื่นที่ได้บรรยายไว้ในฟ้องแล้ว ศาลสามารถลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพได้ แม้ข้อเท็จจริงจะยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดอาญาฐานอื่นนั้นสำเร็จก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องถึงการกระทำของจำเลยเข้าตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 299 และขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรานั้น แต่เมื่อทางพิจารณาฟังข้อเท็จจริงได้ความเพียงว่าการกระทำของจำเลยเป็นการขู่เข็ญข่มขืนใจให้เขาต้องจำยอมกระทำการตามความประสงค์ของจำเลย ด้วยการใช้มีดจ่อจี้ว่าจะทำร้าย เป็นความผิดอาญาฐานทำให้เสื่อมเสียอิสระภาพ ต้องตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 268 วรรคสาม และการกระทำอันเป็นการขู่เข็ญว่าจะทำร้ายนี้ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำผิดอาญาฐานชิงทรัพย์ ทั้งโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำนี้มาในฟ้องแล้ว แม้ข้อเท็จจริงจะยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำการลักทรัพย์ ศาลก็ลงโทษจำเลยเท่าที่จำเลยทำผิด คือลงโทษตาม มาตรา 268 วรรคสาม นั้นได้ ไม่ถือว่านอกความประสงค์ของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.268 กฎหมายลักษณะอาญา ม.299 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจเป็นคนร้ายชิงทรัพย์โดยจำเลยใช้มีดปลายแหลมเป็นสาตราวุธจี้ขู่เข็ญ ใช้วาจาขู่เข็ญจะทำร้ายนายยนตร์คนขับรถยนต์ และขู่เข็ญจะทำร้ายพลตำรวจสวัสดิ์, นายวัธน์, นายโห่,นายดา พวกของนายยนตร์รวม 5 คน เพื่อความสะดวกที่จำเลยจะลักทรัพย์และเอาทรัพย์ แล้วจำเลยบังอาจลักเอารถยนต์คันนี้ซึ่งเป็นของนายน้อย ด่านวัฒนา ราคา 30,000 บาท อยู่ในความครอบครองรักษาของนายยนตร์ไป จำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษ ตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 299, 72 จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีเจตนา ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยผิดตามฟ้อง ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 299 จำคุก 4 ปี เพิ่มตาม มาตรา 72 อีก 1 ใน 3 เป็น 5 ปี4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนา พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมจี้บังคับให้บุคคลขับรถไปให้ตามความประสงค์ของจำเลย ทั้งยังได้ขู่เข็ญให้เขาลงจากรถแล้วจำเลยก็ขับเอารถไป การกระทำของจำเลยเป็นการขู่เข็ญข่มขืนใจให้เขาจำยอมกระทำการตามความประสงค์ของจำเลยด้วยการใช้มีดจ่อจี้ว่าจะทำร้ายเป็นความผิดอาญาฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพต้องตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 268 วรรค 3 และการกระทำอันเป็นการขู่เข็ญว่าจะทำร้ายนี้ ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำผิดอาญาฐานชิงทรัพย์ ทั้งโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำนี้มาในฟ้องแล้ว แม้ข้อเท็จจริงจะยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำการลักทรัพย์ ศาลก็ลงโทษจำเลยเท่าที่จำเลยทำผิดนั้นได้ ไม่ถือว่านอกความประสงค์ของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษ ศาลฎีกาพิพากษากลับศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 268 วรรค 3 รวมกระทงลงโทษโดยให้จำคุกจำเลยไว้ 1 ปี ส่วนการที่จะเพิ่มโทษจำเลยฐานไม่เข็ดหลาบนั้นบัดนี้ได้มี พระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ. 2499 ให้ถือว่าจำเลยมิได้ต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดมาแล้ว จึงเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้ ให้ยกคำขอของโจทก์ในข้อนี้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2500 อัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายแฉล้ม สุภารัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายแฉล้ม สุภารัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · วิเทศจรรยารักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532ฎีกา 6505/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา