⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1981/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1981/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานของรัฐได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่อื่นนอกเหนือจากหน้าที่เดิม ถือว่าการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย และการกระทำผิดต่อหน้าที่นั้นย่อมมีความผิดตามกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ควบคุมการไฟฟ้าเทศบาลได้มอบหมายให้จำเลยซึ่งเป็นช่างสายให้ช่วยเก็บเงินค่ากระแสไฟฟ้าด้วย เช่นนี้ถือว่า ในเรื่องการเก็บเงินดังที่ได้รับมอบหมายถือว่าเป็นหน้าที่ ฉะนั้นเมื่อจำเลยยักยอกเอาเงินนั้นไป ก็ฟ้องจำเลยได้โดยไม่ต้องมอบอำนาจให้ฟ้อง เมื่อใช้ประมวลกฎหมายอาญา แทนกฎหมายลักษณะอาญา ความผิดที่จำเลยถูกฟ้อง (ฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอก) เป็นความผิดอันยอมกันได้และต้องร้องทุกข์ก่อนตาม ม. 356, 96 ก็ไม่มีผลย้อนหลังกระทบกระทั่งการฟ้องคดีที่ได้ดำเนินมาโดยชอบแล้ว .

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.319 กฎหมายลักษณะอาญา ม.320 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายอาญา ม.356

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นพนักงานเทศบาลอยู่แผนกการไฟฟ้าเทศบาลฉะเชิงเทรา นายแก้ว จำเลยที่ ๑ เป็นพนักงานมิเตอร์มีหน้าที่เขียนใบเสร็จรับเงินค่าไฟฟ้า เก็บรักษาและจำหน่ายใบรับเงินแก่พนักงานเก็บเงิน ทำทะเบียนบัญชีผู้ใช้ไฟฟ้า และบิลค่ากระแสไฟฟ้า นายอยู่ จำเลยที่ ๒ เป็นหัวหน้าช่างสายมีหน้าที่ติดตั้งและเดินไฟฟ้า และจำเลยทั้งสองได้รับคำสั่งให้มีหน้าที่เป็นพนักงานเก็บเงินค่ากระแสไฟฟ้า อีกตำแหน่งด้วย จำเลยได้บังอาจทำผิดกฎหมายกล่าวคือ ก. เมื่อระหว่างวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๔๙๖ ถึง ๓๐ เมษายน ๒๔๙๗ เวลากลางวัน จำเลยที่ได้รับบิล ๓๑ ฉบับรวมจำนวนเงิน ๑,๐๑๗.๔๕ บาท ดังปรากฎตามบัญชีรายละเอียดท้ายฟ้องจากจำเลยที่ ๑ ไปเก็บเงินค่ากระแสไฟฟ้าจากผู้มีชื่อหลายคนปรากฏตามบัญชีท้ายฟ้อง แล้วในระหว่างวันดังกล่าวเวลาใดไม่ปรากฏจำเลยทั้งสองบังอาจสมคบกันยักยอกเงินดังกล่าวไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ไม่นำส่ง ข. ในระหว่างวันดังกล่าวใน (ก) เวลาใดไม่ปรากฏ จำเลยที่ ๑ บังอาจนำตัวเลขจำนวนเงินซึ่งเก็บมาแล้วทั้ง ๓๑ ฉบับไปลงบัญชีว่าค้างชำระ เพื่อแสดงว่าบิลยังเก็บไม่ได้ อันเป็นเท็จโดยรู้ จึงขอให้ศาลลงโทษ นายแก้ว ให้การรับสารภาพ นายอยู่ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ลงโทษนายแล้ว ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๓๑, ๒๓๐, ๓๑๙ (๓) ประกอบด้วยมาตรา ๕๙ จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน นายอยู่ ผิดตามมาตรา ๓๑๔ (๓) ให้จำคุก ๖ เดือน ให้ใช้ทรัพย์ด้วย จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายไพโรจน์ ผู้รับมอบหมายให้ความกิจการแผนกไฟฟ้าสั่งให้จำเลยที่ ๒ กระทำหน้าที่ช่วยเก็บค่ากระแสไฟฟ้าอีกทางหนึ่ง จำเลยที่ ๒ จึงมีหน้าที่ในการนี้ด้วย ส่วนการที่จะเก็บเมื่อไร กล่าว เมื่อว่างจึงจะได้ไปเก็บนั้นไม่ใช่ข้อสำคัญ เมื่อยังไม่เก็บก็ยังไม่ใช่หน้าที่เก็บเมื่อใดก็ได้ชื่อว่าทำหน้าที่เมื่อนั้น ฉะนั้นถ้าจำเลยที่ ๒ ได้ยักยอกเองเงินที่เก็บได้นั้นเสียก็เข้าข่ายในความผิดฐานยักยอกโดยมีหน้าที่ ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๑๙ (๓) และ ๓๒๐ ซึ่งกำหนดว่าเป็นความอาญาแผ่นดินไม่ต้องมีการร้องทุกข์ใรคราวยื่นฟ้อง แม้ต่อมาเมื่อบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญาแทนที่กฎหมายลักษณะอาญา ความผิดเช่นนี้ถือว่า เป็นความผิดอันยอมกันได้ ต้องร้องทุกข์ก่อนตามมาตรา ๓๕๖ และ ๙๖ ก็ไม่มีผลย้อนหลังถึงการฟ้องคดีที่ได้ดำเนินมาโดยตลอดแล้ว จึงให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีใหม่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1981/2500 อัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์ นายแก้ว วิงวอน, นายอยู่ ยิ่งเจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา · จำเลย - นายแก้ว วิงวอน, นายอยู่ ยิ่งเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายบุญเลิศ เผ่าภิญโญ · ศาลอุทธรณ์ - นายยุ้ย อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 7217/2544ฎีกา 5414/2536ฎีกา 2176/2543ฎีกา 1826/2547ฎีกา 123/2528ฎีกา 3948/2566ฎีกา 404/2565ฎีกา 1069/2547ฎีกา 1502/2518ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 51/2502ฎีกา 70/2489ฎีกา 11/2539ฎีกา 1127/2523ฎีกา 6553/2547ฎีกา 2269/2538ฎีกา 1777/2554ฎีกา 34/2491ฎีกา 7802/2538ฎีกา 1727/2539ฎีกา 3374/2566ฎีกา 6987/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา