คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 328/2500
ย่อคำพิพากษา
ทายาทที่จะร้องสอดเข้ามาในคดีขอแบ่งส่วนมรดกนั้น จะต้องร้องเข้ามาเสียตั้งแต่คดีอยู่ในศาลชั้นต้น จะมาร้องชั้นศาลอุทธรณ์ไม่ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ถอนชื่อจำเลยจากโฉนดที่ดินแล้วใส่ชื่อนายอินเป็นเจ้าของตามเดิม และให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกนายอินตามบัญชีท้ายฟ้อง โดยกล่าวว่านายอินตาย โจทก์จำเลยเป็นทายาทปกครองมรดกร่วมกันมา จำเลยไปยื่นคำร้องลงชื่อนางแฉ่ง++ จำเลยเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว แล้วเอาไปโอนขายระหว่างจำเลยด้วยกัน
จำเลยต่อสู้ คงเป็นปัญหาสู่ศาลฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้ปกครองมรดกร่วมด้วย คดีขาดอายุความแล้ว
ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์ปกครองร่วมด้วย ให้แบ่งที่พิพาทให้โจทก์จำเลย
จำเลยที่ ๑-๔ อุทธรณ์ ในระหว่างอุทธรณ์ นายเฉลิมได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอเข้าเป็นคู่ความเพื่อใช้สิทธิรับมรดกด้วย
ศาลอุทธรณ์คงฟังว่าโจทก์ได้ปกครองที่พิพาทร่วมอยู่ด้วย ส่วนที่นายเฉลิมยื่นคำร้องมาชั้นศาลอุทธรณ์นั้น ไม่ถูกต้องยื่นตั้งแต่ชั้นศาลชั้นต้น พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑-๔ และนายเฉลิมฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อปกครองร่วมกันศาลล่างฟังมาชอบแล้ว ส่วนข้อที่นายเฉลิมร้องสอดมาชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยนั้นถูกต้องแล้ว เพราะเป็นการร้องสอดตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๗๔๙ ต้องกระทำในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 328/2500
นางทิม กับพวก โจทก์
นางแฉ่ง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางทิม กับพวก · จำเลย - นางแฉ่ง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน สิงหลกะ · ชวน สิงหลกะ · ชวน สิงหลกะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา