คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 472-475/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เรือที่ใช้ในการกระทำผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ต้องถูกริบตามมาตรา 32 และเป็นหน้าที่ของผู้ร้องที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเรือเป็นของตนเพื่อขอให้งดการริบ
ย่อคำพิพากษา
เรือน้ำหนักไม่เกิน 250 ตัน ซึ่งใช้ในการกระทำผิดพระราชบัญญัติศุลกากร 2469 มาตรา27 ต้องริบตาม มาตรา32
ผู้ร้องอ้างว่าเรือเป็นของตนไม่ควรริบตาม พระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. 2469 มาตรา 32 เป็นหน้าที่ผู้ร้องจะต้องพิสูจน์ให้ได้ความเป็นหลักฐานมั่นคงดังอ้าง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับจำเลยฐานนำไม้บรรทุกเรือออกไปนอกราชอาณาจักร โดยไม่เสียภาษีศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร2469 มาตรา 27 ฉบับที่ 11 2490 มาตรา 3 ริบเรือและสินค้าของกลางและให้ยกคำร้องของนายยาบากับพวกที่ร้องขอให้คืนเรือของกลางซึ่งผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นในระหว่างพิจารณา อ้างว่าเป็นเรือของผู้ร้องจำเลยเช่าไปใช้ประกอบอาชีพโดยผู้ร้องไม่ได้รู้เห็นเป็นใจให้นำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโดยข้อเท็จจริงโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยตลอดจนริบเรือด้วยโดยศาลฎีกาวินิจฉัย ดังนี้
"สำหรับเรือของกลางซึ่งโจทก์ขอให้ริบ แต่มีนายยาบา นายอุหมากและนายแลหมัน ยื่นคำร้องขอคืน อ้างว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของและมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดด้วย นั้น ปรากฏว่า เรือของกลางมีน้ำหนักไม่เกิน250 ตัน ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 32 บัญญัติว่า หากใช้ในการกระทำผิดเช่นนี้ ให้ริบเสียจึงเป็นหน้าที่ของผู้ร้องจะต้องพิสูจน์ให้ได้ความเป็นหลักฐานมั่นคงดังอ้าง
คดีนี้ผู้ร้องไม่มีหลักฐานอย่างใดมาแสดงเลย ทะเบียนเรือก็ไม่มีที่อ้างว่าให้จำเลยเช่าก็ไม่มีหนังสือ คงมีแต่พยานบุคคล เป็นการเลื่อนลอยสำหรับนายยาบาผู้ร้องปรากฏว่าเป็นบิดาของนายอาดและนายกาเส็มจำเลยเอง และนายยาบาว่าได้รู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องเอาเรือรายนี้ไปบรรทุกไม้ของกลางโดยตลอดแต่บ่ายเบี่ยงไปว่าจะบรรทุกไม้นั้นไปส่งนายดอเลาะที่เกาะยาว ซึ่งศาลไม่รับฟัง สำหรับนายอุหมากและนายแลหมันผู้ร้องปรากฏว่านายอุหมากผู้ร้องเป็นบิดานายบาโรมจำเลย และนายบาโรมจำเลยอ้างในชั้นสอบสวนว่า เรือของกลางเป็นของนายอุหมากบิดา แต่ชั้นศาลกลับอ้างว่า เรือของกลางเป็นของนายแลหมันผู้ร้อง ส่วนนายหมานจำเลยซึ่งอ้างในชั้นสอบสวนว่า เรือของกลางเป็นของนายแลหมันผู้ร้อง แต่ชั้นศาลกลับอ้างว่า เรือของกลางเป็นของนายอุหมากผู้ร้องเป็นการอ้างไขว้เขวเป็นพิรุธ และผู้ร้องทั้งสองนี้ต่างก็เบิกความอ้างสนับสนุนจำเลยว่า ไม้ที่บรรทุกเรือของกลางจะนำไปส่งนายดอเลาะที่เกาะยาวเช่นเดียวกัน ฉะนั้น ถึงหากจะฟังว่าเรือของกลางเป็นของผู้ร้องทั้งสามจริง ก็น่าเชื่อว่าผู้ร้องได้รู้เห็นในการกระทำผิดนี้ด้วย"
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 472 - 475/2500
พนักงานอัยการจังหวัดสตูล โจทก์
นายอาด เส็นหลี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสตูล · จำเลย - นายอาด เส็นหลี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากษ์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา