คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 710/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การป้องกันโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงว่ามีภยันตรายอันเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง หากการป้องกันนั้นเป็นไปตามสมควรแก่เหตุแล้ว ไม่ต้องรับโทษ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นลูกเลี้ยงผู้ตายอยู่เรือนเดียวกับผู้ตาย คืนเกิดเหตุจำเลยนอนเฝ้าเรือนอยู่คนเดียวที่ระเบียง ส่วนผู้ตายไปเที่ยว สัก 4 น. มีคนจะขึ้นมาบนเรือน จำเลยได้ร้องถามไปคนนั้นก็ไม่ตอบ
จำเลยสำคัญว่าเป็นคนร้ายจะขึ้นมาลักทรัพย์บนเรือนจึงตีไป 2 - 3 ที คนนั้นตกบันไดไป เอาตะเกียงมาส่องดูจึงรู้ว่าเป็นนายทองบิดาเลี้ยง ซึ่งเป็นที่รักของจำเลย จำเลยว่าถ้ารู้ว่าเป็นนายทองก็จะไม่ตี ดั่งนี้ เป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริงและเป็นการป้องกันตัวและทรัพย์สมควรแก่เหตุ ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องไม่ลงโทษจำเลย.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๘ เวลากลางคืน จำเลยได้ใช้ไม้ตะบองตีนายทอง ตุ้ยกลาง ตกจากเรือนโดย เจตนาจะฆ่าให้ตาย นายทองถึงแก่ความตายในวันนั้นเอง เหตุเกิดที่ตำบลพลสงคราม อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๔๙
จำเลยให้การรับว่าได้ทำร้ายนายทอง ตุ้มกลาง จริง แต่มิได้มีเจตนาจะฆ่า
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทำการป้องกันตัวเกินสมควร มีผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๔๙ - ๕๓ ให้จำคุก ๒ ปี จำเลยให้การรับสารภาพจึงปราณีลดให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๕๙ คงจำคุกจำเลย ๑ ปี
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเมื่อคนขึ้นมาบนเรือนในเวลาวิกาล ซึ่งมีแต่จำเลยเป็นผู้ชายคนเดียวอยู่บนเรือน จำเลยได้ถามถึง ๒ ครั้งนายทองก็ไม่ตอบ ดังนี้เป็นภัยอันร้ายแรงถึงขนาดที่อาจต้องเสียชีวิตหรือทรัพย์สินได้ จำเลยได้ใช้ไม้ไผ่หรือตะบอง ตีไป ๓ ที ถือได้ว่าเป็นการป้องกันสมควรแก่เหตุแล้ว จำเลยไม่ควรต้องรับโทษ แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา ศาลอุทธรณ์ย่อมทรงอำนาจที่จะพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้ จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อย จำเลยไป
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทำโดยเข้าใจผิด โดยเข้าใจว่านายทองเป็นคนร้ายขึ้นมาบนเรือนเพื่อลักทรัพย์ ได้ชื่อว่าสำคัญ ผิดในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๑๖๒ และการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันทรัพย์อันนับว่าสมควรแก่ เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ จำเลยจึงไม่ควรมีความผิด จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 710/2500
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นายผ่อง เชยสูงเนิน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายผ่อง เชยสูงเนิน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายวินิ · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายทวี เจริญพิทัก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา