⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 430/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2501

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องว่าจำเลยรับโคที่ได้มาจากการทำผิดฐานลักทรัพย์แล้วจำเลยนำไปขาย ทางพิจารณาเพียงแต่ได้ความว่าเจ้าทรัพย์ปล่อยโคงเลี้ยงไว้ในทุ่งที่หมู่บ้านแล้วโคหายไป 2 วัน เจ้าทรัพย์ติดตามไปพบโคที่บ้านผู้รับซื้อไว้ซึ่งอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง ผู้รับซื้อโคไว้บอกว่าจำเลยเป็นผู้นำมาขายโดยไม่มีพยานรู้เห็นว่ามีคนจูงพาไปจากทุ่งทำเลเลี้ยงแต่อย่างใด ระยะทางจากที่ ๆ โคถูกปล่อยเลี้ยงกับที่ ๆ พบโคห่างไกลกันเท่าใด ดังนี้ ยังไม่พอจะรับฟังได้ว่าโคถูกคนร้ายลักไป อันเป็นมูลเหตุจะให้เกิดความผิดฐานรับของโจรได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๙ ก.พ.๒๕๐๐ เวลากลางวันมีคนร้ายลักโค ๑ ตัวราคา ๕๐๐ บาทของนายพรมมา ยะมาดเมืองเจ้าทรัพย์ไป ต่อมาวันที่ ๑๑ ก.พ. ๒๕๐๐ เจ้าทรัพย์กับพวกติดตามได้โคที่ถูกลักจากนายกวางซึ่งจำเลยนำมาขายไว้ ทั้งนี้โดยระหว่างวันที่ ๙ ถึงวันที่ ๑๑ ก.พ.๒๕๐๐ จำเลยบังอาจรับเอาโคดังกล่าวอันได้มาโดยการกระทำผิดเข้าลักษณะลักทรัพย์แล้วนำไปขายให้นายกวาง เหตุเกิดที่ตำบลกุสุมาลย์และตำบลท่าแร่ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ขอให้ลงโทษตามประมวล ก.ม.อาญา มาตรา ๓๕๗ และคืนของกลางแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้ว่า จำเลยกำลังจะซื้อจะขายโคตัวนี้ต่อไป กำลังรอหลักฐานคือตั๋วพิมพ์รูปพรรณ พอดีเจ้าของไปจับ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยรังโคไว้โดยรู้ว่าถูกคนร้ายลักมา พิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวล ก.ม.อาญา มาตรา ๓๕๗ จำคุก ๑ ปี ของกลางคืนเจ้าทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยรังโคไว้โดยรู้ว่าถูกคนร้ายลักมา ยังลงโทษฐานรับของโจรไม่ถนัด พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลย คงให้คืนโคของกลางให้ผู้เสียหาย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าจากข้อนำสืบของโจทก์ ข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าโครายนี้ถูกพาไปโดยการกระทำผิดต่อกฎหมายอันเป็นมูลเหตุจะให้เกิดความผิดฐานรับของโจรโจทก์สืบได้ความเพียงว่าโคที่หายไปนั้นเจ้าทรัพย์ปล่อยโคเลี้ยงกินหญ้าไว้ในทุ่งเช่นเคยที่หมู่บ้านกุสุมาลย์เมื่อวันที่ ๙ ก.พ.๒๕๐๐ เวลาเช้า เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. เจ้าของไปดูเห็นหายไปได้ติดตามไปพบโคที่บ้านนายกวางอยู่หมู่บ้านท่าแร่ในคืนวันที่ ๑๑ ก.พ. ๒๕๐๐ นายกวางบอกว่าจำเลยเป็นผู้นำมาขาย โคตัวนี้มิได้ถูกผูกล่ามไว้อย่างใด อาจเพริดไปจากฝูงก็ได้ ไม่มีพยานรู้เห็นว่ามีคนจูงพาไปจากทำเลยทุ่งเลี้ยงแต่อย่างใด ระยะทางจากที่ที่โคถูกปล่อนเลี้ยงกับที่ที่พบโคในตอนหลังห่างไกลกันเท่าใด ก็ไม่ปรากฎ ที่ศาลชั้นต้นกล่าวว่าโคตัวนี้หานไปตั้ง ๒ วัน จึงพอสันนิษฐานได้ว่าถูกคนร้ายลักไปนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเหตุดังกล่าวยังไม่พอจะรับฟังได้ถนัดว่าโคตัวนี้ถูกคนร้ายลักไป เพราะหากไม่มีใครพบในเร็ววัน แม้โคจะไม่อยู่ห่างไกลกับที่ที่ถูกปล่อยเลี้ยง การหายของโคก็อาจเป็นหลายวัน หลายอาทิตย์ หลายเดือนได้ จึงพิพากษายืนตามผลที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2501 อัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นายเที่ยง อุปลี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสกลนคร · จำเลย - นายเที่ยง อุปลี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · ประมูล สุวรรณศร · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายเวท ชพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 239/2512ฎีกา 12/2511ฎีกา 1851/2557ฎีกา 98/2537ฎีกา 824/2535ฎีกา 5869/2549ฎีกา 2359/2525ฎีกา 1522/2565ฎีกา 558/2540ฎีกา 1311/2540ฎีกา 113/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 6668/2538ฎีกา 3056/2548ฎีกา 1957/2515ฎีกา 2766/2546ฎีกา 4048/2529ฎีกา 337/2535ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5702/2533ฎีกา 330/2549ฎีกา 5621/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา