⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 54/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาคดีอาญาที่ถึงที่สุดแล้ว จะต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดไว้เท่านั้น และหากมีกฎหมายใหม่ที่บัญญัติภายหลังซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย จะต้องนำกฎหมายใหม่นั้นมาใช้บังคับ

ย่อคำพิพากษา

การที่จะรื้อฟื้นเอาคำพิพากษาในคดีอาญาถึงที่สุดแล้ว มาเปลี่ยนแปลงได้ จะต้องอาศัยอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 วรรค 2 และมาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 12 ถึง 16 ได้บัญญัติเรื่องวิธีการเพื่อความปลอดภัยไว้และได้มี ม.41 บัญญัติถึงเงื่อนไขในการที่จะกักกันไว้ด้วย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงไปจากที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.กักกันฯ พ.ศ.2479 ม.8,9 ต้องนำบทบัญญัติม.41 แห่งประมวลกฎหมายอาญาที่บัญญัติภายหลังเป็นคุณแก่จำเลยมาใช้บังคับ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.190 ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.12 ประมวลกฎหมายอาญา ม.16 ประมวลกฎหมายอาญา ม.41 พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม.8 พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ ๒๐ พ.ย. ๒๔๙๗ จำคุกจำเลยฐานวิ่งราวทรัพย์ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๒๙๗ และเพิ่มโทษตามม.๗๓ กึ่งหนึ่ง จำคุก ๓ ปี กับให้กักกันตาม พ.ร.บ.กักกันฯ ๒๔๗๙ ม.๘,๙ อีก ๓ ปี คดีเสร็จเด็ดขาดถึงที่สุด ต่อมาวันนี้ ๑๘ เม.ย. ๒๕๐๐ ผู้อำนวยการสถานกักกันจังหวัดนครปฐมมีหนังสือแจ้งต่อศาลชั้นต้นว่า ประมวลกฎหมายอาญา ม.๔๑ ได้ยกเลิกและแก้ไขโทษตาม พ.ร.บ.กักกันฯ ๒๔๗๙ จำเลยจึงควรได้รับผลตามประมวลกฎหมายอาญา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยพ้นจากการกักกันตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๒ โจทก์อุทธรณ์ว่า ประมวลกฎหมายอาญาไม่ได้ยกเลิกพ.ร.บ.กักกันฯ ๒๔๗๙ และคดีเด็ดขาดถึงที่สุด ศาลจะรื้อฟื้นเอาคำพิพากษามาเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อคดีอาญาถึงที่สุดแล้ว จะรื้อฟื้นเอาคำพิพากษามาเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่นั้น ทำได้โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๒ วรรค ๒ และม.๓ ส่วนปัญหาว่าศาลจะบังคับคดีไปตามเดิมหรือยกเลิกการกักกันนั้น วินิจฉัยว่าคดีเข้าอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายอาญา ม.๑๒ ถึง ๑๖ อันว่าด้วยวิธีการเพื่อความปลอดภัย เดิมศาลพิพากษากักกันจำเลยตาม พ.ร.บ.กักกันฯ ๒๔๗๙ โดยจำเลยต้องโทษมาแล้ว ๒ ครั้ง แล้วมากระทำความผิดอันเป็นเหตุร้ายซ้ำอีก แต่ปรากฎว่าโทษที่จำเลยได้รับในครั้งแรกนั้น จำเลยมีอายุไม่เกิน ๑๗ ปี และกำหนดโทษจำคุกเพียง ๓ เดือน ซึ่งเงื่อนไขในการที่ให้กักกันได้ถูกเปลี่ยนแปลงตามประมวลกฎหมายอาญา ม. ๔๑ อันต้องประกอบกับผู้กระทำผิดเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกันมาแล้วหรือเคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๖ เดือนมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง และกระทำในขณะที่มีอายุเกิน ๑๗ ปีด้วย ตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเป็นคุณแก่จำเลย จึงเป็นการสมควรที่จะยกเลิกการกักกัน พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2501 อัยการจังหวัดยะลา โจทก์ นายจอน หรือ แกละ เป้งสกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดยะลา · จำเลย - นายจอน หรือ แกละ เป้งสกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายประถม วิเชียรเนตร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารกิจปรีชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 383/2496ฎีกา 788/2545ฎีกา 2255/2533ฎีกา 421/2566ฎีกา 322/2567ฎีกา 5445/2554ฎีกา 332/2536ฎีกา 2644/2535ฎีกา 30/2511ฎีกา 3146/2541ฎีกา 632/2513ฎีกา 1135/2497ฎีกา 122/2481ฎีกา 1291/2481ฎีกา 125/2532ฎีกา 2246/2520ฎีกา 193-194/2531ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1143/2565ฎีกา 5414/2536ฎีกา 2176/2543ฎีกา 1826/2547ฎีกา 3948/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา