⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 676/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คูที่ใช้เป็นที่จอดเรืออันเป็นประโยชน์ของประชาชน แม้จะตื้นเขินก็ยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน 2. สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกา

ย่อคำพิพากษา

คูที่ใช้เป็นที่จอดเรืออันเป็นประโยชน์ของประชาชนใช้กันมาเป็นเวลานานนั้น แม้จะตื้นเขินไม่มีสภาพเป็นคูต่อไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกา การที่เอาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปให้เช่านั้น ผู้ให้เช่าย่อมหมดสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าหรือฟ้องเรียกค่าเช่าจากผู้เช่า นับแต่ผู้เช่าได้ไปทำสัญญาเช่ากับอำเภอแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.106 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1305 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า วันที่ ๘ ก.ค.๙๗ นายจิตต์จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์เพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัยกำหนด ๒ ปี ค่าเช่า+ละ ๑,๕๐๐ บาท ครบกำหนด ๑ ปี จำเลยไม่นำค่าเช่ามาชำระให้โจทก์ ๆ เดือน นายจิตต์เฉย โจทก์จึงบอกเลิกการเช่าและให้ออกไปจากที่ดิน นายจิตต์จำเลยทราบแล้วไม่ออก โจทก์จึงฟ้องขับไล่ และเรียกค่าเช่ากับค่าเสียหายจนกว่าจะออกเดือนละ ๑๒๕ บาท นายจิตต์จำเลยให้การว่า ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินกับโจทก์ และโจทก์ตกลงขายที่ดินให้จำเลย เมื่อไปทำหนังสือสัญญาซื้อขาย ทางอำเภอไม่ยอมทำโดยอ้างว่าเป็นที่ดินของรัฐบาล ทางอำเภอได้ให้จำเลยเช่าที่ดินรายนี้ต่อทางการแล้ว ต่อมา นายอาทิตย์ นายอำเภอระโนตเข้ามาเป็นจำเลย และให้การว่าที่ดินเป็นที่ว่างเปล่าชายตลิ่งคลองระโนด น้ำในคลองขึ้นลงถึง เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน อยู่ในความดูแลของอำเภอระโนด โจทก์หามีสิทธิอย่างใดไม่ และนายอาทิตย์จำเลยให้นายจิตต์จำเลยเช่าที่รายนี้แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าโจทก์ยึดถือที่ดินไว้เพื่อตน จึงได้สิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๓๖๘ ขับไล่นายจิตต์จำเลยและบริวารรื้อถอนออกไปจากที่พิพาท และใช้ค่าเช่าโจทก์เป็นเงิน ๑,๘๗๕ บาท ค่าเสียหาย ๕๐๐ บาท กับค่าเสียหายที่โจทก์ขาดประโยชน์นับแต่วันที่ ๘ ต.ค.๒๔๙๘ เดือนละ ๑๒๕ บาท จนกว่าจะออกไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ที่ดินเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน นายอาทิตย์จำเลยให้นายจิตต์จำเลยเช่าไปแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่นายจิตต์จำเลย และให้นายจิตต์จำเลยชำระค่าเช่าโจทก์เดือนละ ๑๒๕ บาทนับแต่วันที่ ๘ ก.ค.๒๔๙๗ ถึงวันสิ้นปี พ.ศ.๒๔๙๗ กับค่าเสียหาย ๑๐๐ บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับนายอาทิตย์จำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน โดยวินิจฉัยว่าเดิมที่พิพาทเป็นคูอยู่ริมคลอง น้ำในคลองขึ้นท่วมถึง คูนี้ชาวบ้านใช้จอดเรีอสำหรับขึ้นฝั่งไปสพานสาธารณะ ซึ่งเป็นประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนรวมใช้กันมาเป็นเวลาช้านาน จึงถือได้ว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือเรียกว่าทรัพย์นอกพาณิชย์ บุคคลใดจะยึดถือเพื่อตนหรือโอนให้แก่กันมิได้ นอกจากกระทำโดยอาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกาตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๓๐๕ และเมื่อที่ดินไม่ใช่ของโจทก์ และจำเลยได้มีสัญญาเช่ากับทางอำเภอแล้วโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่นายจิตต์จำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2501 นางสวาท กาญจนสุวรรณ โจทก์ นายจิตต์ ตุลาธน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสวาท กาญจนสุวรรณ · จำเลย - นายจิตต์ ตุลาธน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายประพจน์ สุขทวี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 9188/2538ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา