คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1002/2502
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ต้องมีผู้กระทำผิดตั้งแต่สามคนขึ้นไป หากมีผู้กระทำผิดเพียงสองคน แต่มีผู้ร่วมกระทำผิดด้วยอีกหนึ่งคน รวมเป็นสามคน จึงจะลงโทษฐานปล้นทรัพย์ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลย(สองคน) สมคบกันปล้นโคของเจ้าทรัพย์ไป ทางพิจารณาได้ความว่า ผู้ร้าย 3 คน ร่วมกันกระทำผิดรายนี้ ก็ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ไม่ได้ ต้องลงโทษฐานชิงทรัพย์ ตาม มาตรา 339
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันปล้นโค ๒ ตัว ของนายไหม ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐
จำเลยปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยคนละ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์กล่าวว่าจำเลย (สองคน) สมคบกันปล้นทรัพย์มิได้กล่าวว่า มีพวกอีกด้วย แม้ทางพิจารณาได้ความว่า ผู้ร้าย ๓ คน ร่วมกันกระทำผิดรายนี้ ก็ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ไม่ได้
พิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ตาม มาตรา ๓๓๙ จำคุกคนละ ห้าปี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1002/2502
อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นายหลอม ฤาชา ที่ 1 นายพรม เชียรขุนทด ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายหลอม ฤาชา ที่ 1 นายพรม เชียรขุนทด ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิชัยนิตินาท · นิติธรรมประกรณ์ · การุณย์นราทร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายน้อม เอี่ยมโอภาส · ศาลอุทธรณ์ - นายพร สุขารมย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา