⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 519/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 519/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเอาทรัพย์ที่ยังอยู่ในความครอบครองของเจ้าทรัพย์ไป แม้ทรัพย์นั้นจะหลุดจากความครอบครองโดยอุบัติ ก็ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเก็บกระเป๋าใส่เงินของเจ้าทรัพย์ซึ่งเหน็บไว้ที่เอวแล้วเลื่อนหลุดไปจากเอวในขณะนั่งดูภาพยนต์อยู่ใกล้เคียงกันในโรงภาพยนต์นั้น ถือว่าทรัพย์นั้นยังอยู่ในความยึดถือของเจ้าทรัพย์ไม่ใช่เป็นทรัพย์ที่อยู่ในสภาพของตกของหาย เมื่อจำเลยเอาไปเสีย ย่อมมีความผิดฐานลักทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.355 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้ายลักกระเป๋า เงินราคา ๑๐ บาท ซึ่งมีธนบัตร ๔๕ บาท และลูกกุญแจ ๑ ลูก ราคา ๒ บาท บรรจุอยู่ นางนางอนุรีไปผู้เสียหายและเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยธนบัตร ๔๕ บาท ของผู้เสียหาย ส่วนกระเป๋าและลูกกุญแจได้คืนจากใต้ที่นั่งจำเลย เหตุเกิดเวลากลางคืนในโรงภาพยนต์ ขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา ม .๓๓๕, ๓๕๗ จำเลยปฏิเสธ ข้อเท็จจริงฟังต้องกันทั้ง ๓ ศาลว่า จำเลยเก็บกระเป๋าใส่เงินของนางอนุรีซึ่งเหน็บไว้ที่เอวแล้วเลื่อนหลุดตกไปจากเอว ในขณะนั่งดูภาพยนต์อยู่ใกล้เคียงกันในโรงภาพยนต์นั้น ศาลชั้นต้นเห็นว่า ไม่เป็นทั้งลักทรัพย์หรือรับของโจร พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ทรัพย์นั้นยังไม่ขาดจากการครอบครองของนางอนุรีเจ้าทรัพย์ จำเลยผิดฐานลักทรัพย์ พิพากษากลับให้จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. ๓๓๕ คำให้การจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษลง ๑ ใน ๓ ตาม ม.๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ศาลฎีกาเห็นว่าในที่เกิดเหตุไม่ใช่ตามถนนหนทาง แต่เป็นที่ ๆ ผู้คนกำลังนั่งดูภาพยนต์กันอยู่มากหน้าหลายตา ซึ่งถ้าจะมีอะไรล่วงหล่นอยู่ในขณะนั้น บุคคลทั่วไปย่อมมีความเข้าใจว่าของนั้นต้องเป็นของใครคนใดคนหนึ่งทำล่วงหล่นไว้โดยยังไม่รู้สึกตัวหรือยังตามหาคืนไม่พบ กระเป๋านั้นยังไม่อยู่ในสภาพของตกของหายดังที่จำเลยฎีกา ต้องถือว่ายังอยู่ในความยึดถือของนางอนุรี และถือว่าจำเลยอยู่ในฐานะที่ควรรู้หรือเข้าใจในสภาพการณ์เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปดังกล่าวนั้น เมื่อจำเลยหยิบเอากระเป๋านั้นไปแล้ว เปิดควักเอาเงินในกระเป๋าไว้เสียและโยนกระเป๋าซึ่งเหลือแต่ลูกกุญแจไปหลบไว้ใต้เก้าอี้ ที่จำเลยนั่งทางหลังออกไป ย่อมแสดงแจ้งชัดอยู่ในอาการนั้นเองว่า จำเลยหยิบเอากระเป๋าพร้อมด้วยเงินของเขาไปโดยทุจริต การกระทำของจำเลยเป็นผิดฐานลักทรัพย์ แต่ควรให้โอกาสจำเลยกลับตัว จึงพิพากษาแก้ว่าโทษจำคุก ๑ ปีนั้น ให้รอการลงโทษไว้ ๕ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. ๕๖ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 519/2502 อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายบุญฮง สิทธิเวช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายบุญฮง สิทธิเวช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์ · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · สารนัยประสาสน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายวชิร รัตนสิงห์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท สุมาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 98/2537ฎีกา 1331/2479ฎีกา 824/2535ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 113/2566ฎีกา 4009/2566ฎีกา 7993/2547ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 337/2535ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 5090/2565ฎีกา 5702/2533ฎีกา 2274/2525ฎีกา 490/2542ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2724/2519ฎีกา 1211/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา