คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 707/2502
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์จำเลยไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในความผิดฐานใด ความผิดนั้นย่อมเป็นอันยุติ และศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยในส่วนที่ไม่ได้อุทธรณ์ เว้นแต่เป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องกันตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
เมื่อโจทก์จำเลยไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในความผิดฐานมีอาวุธปืนและกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยคงอุทธรณ์คัดค้านเฉพาะในความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานเท่านั้น ถือว่า ความผิดตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯลฯ เป็นอันยุติแล้ว ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่มีอำนาจที่จะยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯลฯ เพราะเป็นความผิดต่างกรรมคนละกระทง คนละพระราชบัญญัติกับความผิดที่มีอุทธรณ์ขึ้นมา โจทก์อาจแยกฟ้องกระทงความผิดละสำนวนก็ได้
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 11/2502)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไม่รับอนุญาตและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน
จำเลยรับเฉพาะข้อหาเรื่องอาวุธปืนและกระสุนปืน ส่วนข้อหาพยายามฆ่า เจ้าพนักงาน ปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิด พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ ลดรับแล้วปรับ ๖๐๐ บาท และผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๒๘๙, ๘๐ , ๕ ให้จำคุกอีก ๑๒ ปี ปืนละกระสุนปืนของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์แต่เฉพาะข้อหาฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน
ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่า จำเลยจะไม่ใช้ปืนยิงต่อสู้เจ้าพนักงาน และเห็นว่าแม้คดีจะขึ้นมาสู่ศาลอุทธรณ์เฉพาะในข้อหาใช้ปืนยิงเจ้าพนักงาน แต่คดียังไม่ยุติได้มี พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯลฯ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๑ มาตรา ๙ บัญญัติว่า ผู้ใดมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน ฯลฯ ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย ถ้าได้นำมาขอรับอนุญาตเพื่อปฏิบัติการให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ. นี้ต่อนายทะเบียนท้องที่ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วัน พ.ร.บ. นี้ใช้บังคับ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ เป็นประโยชน์แก่จำเลย ๆ ควรไม่ต้องรับโทษ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องของกลางไม่ริบ
่โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์เฉพาะในข้อที่ว่าคดียังไม่พอฟังว่าจำเลยได้ใช้ปืนยิงเพื่อเจตนาทำร้ายเจ้าพนักงาน แต่ในเรื่องความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่รับอนุญาตนั้น โจทก์จำเลยไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น และเป็นความผิดต่างกรรมคนละกระทง คนละพระราชบัญญัติกับความผิดที่มีอุทธรณ์ขึ้นมา อาจแยกฟ้องกระทงความผิดละสำนวนก็ได้ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า ความผิดตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯลฯ เป็นอันยุติแล้ว ดังนั้น ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่มีอำนาจที่จะยกฟ้องโจทก์ในข้อหา ตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯลฯ
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้การพิพากษาโทษตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯลฯ และข้อริบของกลางคงเป็นไปตามคำพิพากษาโทษ ตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯลฯ และข้อริบของกลางคงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนข้อหากระทงเรื่องใช้ปืนยิงเจ้าพนักงานนั้น ให้ยกฟ้องโจทก์ตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 707/2502
อัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์
นายจอง ชอบธรรม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดกำแพงเพชร · จำเลย - นายจอง ชอบธรรม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สารนัยประสาสน์ · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · การุณย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสำราญ ภู่แก้ว · ศาลอุทธรณ์ - ขุนสิทธิสำรวจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา