⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 767/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 767/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดหน่วยงานและเขตอำนาจการรับผิดชอบของกองปราบปรามตามพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมตำรวจ พ.ศ. 2496 ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป แม้จะมีพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ พ.ศ. 2498 ออกมาก็ตาม จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิกถอนโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อได้ความตามหลักฐานพยานโจทก์ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาศัยอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมตำรวจ พ.ศ. 2496 ได้ประกาศในราชกิจจาฯ กำหนดหน่วยงานเขตอำนาจการรับผิดชอบและเขตพื้นที่การปกครองว่าให้กองปราบปรามกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางมีเขตอำนาจการรับผิดชอบและเขตพื้นที่การปกครองในการปฏิบัติหน้าที่ตาม ป.วิ. อ. และบทกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดคดีอาญาทั้งหลายทั่วราชอาณาจักรแล้ว เช่นนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม กองบัญชาการตำตรวจสอบสวนกลางก็ย่อมมีอำนาจทำการสอบสวนคดีความผิดที่เกิดในอำเภอบ้านตาก จังหวัดตากได้ พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมตำรวจ พ.ศ. 2498 ที่ออกมาใหม่ มีข้อความในมาตรา 5 เช่นเดียวกับพระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ. 2496 คือ มีบทบัญญัติว่า ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้กำหนดหน่วยงานและเขตอำนาจการรับผิดชอบ หรือเขตพื้นที่การปกครองของหน่วยราชการตามความใน มาตรา 4 โดยประกาศในราชกิจจา ฯ เช่นนี้ อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในอันที่จะประกาศข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของพนักงานตำรวจนั้น หาได้ถูกยกเลิกไปอย่างไรไม่ ประกาศที่มีมาแต่เดิมโดยอาศัยอำนาจที่ชอบด้วยกฎหมายเดิม (พระราชกฤษฎีกา ฯ ฉบับ พ.ศ. 2496) ก็คงใช้ได้ต่อไป ไม่จำต้องมีประกาศใหม่ทับซ้ำโดยอาศัยอำนาจกฎหมายใหม่อย่างไรอีก หน่วยงานที่ตั้งมาแต่เดิมตลอดจนเขตอำนาจที่มีอยู่ ก็ต้องคงอยู่ตลอดมา จนกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะอาศัยอำนาจตามกฎหมายประกาศเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิกถอนเป็นอย่างอื่น (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2502)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.16 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.22 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการ กรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2496 ม.3 พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการ กรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2496 ม.4 พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการ กรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2498 ม.2 พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการ กรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2498 ม.3 พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการ กรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2498 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๔๙๘ เวลากลางคืน จำเลยกับพวกอีกหลายคนสมคบกันฆ่านายเศียร, นายใหม่ ตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๔๙, ๖๓ และขอให้ริบลูกปืนของกลาง จำเลยทุกคนปฏิเสธว่า ไม่ได้ทำผิดและต่อสู้ว่า พนักงานสอบสวนกองปราบปราบกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้ เมื่อการสอบสวนไม่ถูกต้อง ถือว่ามิได้มีการสอบสวน โจทก์นำคดีมาฟ้องไม่ได้ ศาลอาญาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า พนักงานสอบสวนกองปราบปรามกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางมีอำนาจสอบสวนเรื่องนี้ และฟังว่าจำเลยที่ ๑ - ๒ - ๓ - ๕ และ ๖ สมคบกันฆ่านายเศียรนายใหม่ตายจริงดังฟ้อง พิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ - ๒ - ๓ - ๕ และ ๖ มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา๒๔๙, ๖๓ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ตลอดชีวิต จำคุกจำเลยที่ ๒ - ๓ และ ๕ คนละ ๒๐ ปี จำคุกจำเลยที่ ๖ มีกำหนด ๑๕ ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ ๓ - ๕ มีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดตาม มาตรา ๕๙ แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ ๓ และ ๕ คนละ ๑๕ ปี ส่วนจำเลยที่ ๔ ทางพิจารณาไม่ได้ความว่าได้กระทำผิดตามฟ้อง ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๔ ริบลูกปืนลูกกรดของกลาง จำเลยที่ ๑ - ๒ - ๓ - ๕ และที่ ๖ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาข้อตัดฟ้องของจำเลยที่ว่า เหตุเกิดที่ตำบลแม่สลิด อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก และจำเลยถูกจับที่จังหวัดตาก พนักงานสอบสวนกองปราบปรามกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์นำคดีมาฟ้องไม่ได้นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่า กองปราบปรามกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางมีอำนาจสอบสวนได้ แม้ต่อมาระหว่างที่การสอบสวนคดีนี้ยังไม่เสร็จ จะได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๔๙๘ ประกาศใช้และยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบีบบราชการกรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๔๙๖ โดยให้ใช้ฉบับ พ.ศ. ๒๔๙๘ แทนก็ตาม เพราะตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับ พ.ศ. ๒๔๙๘ ก็ยังกำหนดให้กองปราบปรามกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางคงมีเขตอำนาจการรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ป.วิ.อ. และตามบทกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดอาญาทั้งหลายทั่วราชอาณาจักร ดังที่กำหนดไว้เดิม ซึ่งประกาศในราชกิจจาฯ ลงวันที่ ๒๓ ส.ค. ๒๔๙๘ เช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า อำนาจของกองปราบปรามของบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีอำนาจสอบสวนทั่วราชอาณาจักรดังที่ประกาศไว้ติดต่อกันไม่ขาดระยะ จำเลยก็มิได้นำสืบว่าพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจและทำการสอบสวนโดยมิชอบอย่างไร ศาลอุทธรณ์จึงเห็นว่า พนักงานสอบสวนกองปราบปรามกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีอำนาจสอบสวนคดีนี้ได้โดยชอบไม่ขัดต่อ ป.วิ.อ. มาตรา ๑๘ ดังจำเลยกล่าว โจทก์นำคดีมาฟ้องได้ ส่วนในข้อเท็จจริงนั้น ศาลอุทธรณ์เชื่อว่า จำเลยที่ ๑ ทำผิดจริงดังฟ้อง แต่สำหรับจำเลยที่ ๒ - ๓ - ๕ และ ๖ พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังลงโทษดังข้อหา ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ศาลชั้นต้นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ - ๓ - ๕ และ ๖ นอกจากที่แก้ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น อัยการโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ - ๓ - ๕ และ ๖ ดังคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอให้พิพากษาปล่อย สำหรับประเด็นที่จำเลยโต้แย้งว่า พนักงานสอบสวนกองปราบปรามกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไม่มีอำนาจทำการสอบสวนคดีนี้ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่มีมติว่า ป.วิ.อ. มาตรา ๑๖ บัญญัติให้อำนาจพนักงานตำรวจในการที่จะปฏิบัติตามประมวลกฎหมายนั้นไว้ว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ ของพนักงานตำรวจนั้น ๆ ในกรณีนี้ ได้ความตามหลักฐานพยานโจทก์ว่า ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๕ ว่า ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำหนดหน่วยงานและเขตอำนาจการรับผิดชอบหรือเขตพื้นที่การปกครองของหน่วยราชการตามความใน มาตรา ๔ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่กล่าวนี้กำหนดหน่วยงาน เขตอำนาจการรับผิดชอบและเขตพื้นที่การปกครองโดยประกาศในราชกิจจาฯ ฉบับลงวันที่ ๓๐ มิ.ย. ๒๔๙๖ ว่า ให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและกองปราบปรามมีเขตอำนาจการรับผิดชอบและเขตพื้นที่การปกครองในการปฏิบัติหน้าที่ตาม ป.วิ.อ. และตามบทกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดคดีอาญาทั้งหลายทั่วราชอาณาจักร ดังนี้ ศาลฎีกาจึงเห็นชอบด้วยคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ในข้อที่ว่า คดีเรื่องนี้ได้มีการสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาขึ้นมาเป็นทำนองว่า ต่อมาได้มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๔๙๘ ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมตำรวจ พ.ศ. ๒๔๙๖ นั้นเสียแล้ว ประกาศกระทรวงมหาดไทย ที่ออกโดยอาศัยพระราชกฤษฎีกาฉบับ พ.ศ. ๒๔๙๖ ต้องถือว่าได้ถูกยกเลิกไปด้วยนั้นที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับ พ.ศ. ๒๔๙๘ ที่ออกมาแทนใหม่นั้น มีความใน มาตรา ๕ เช่นเดียวกับพระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ. ๒๔๙๖ คือ มีบทบัญญัติว่า ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำหนดหน่วยงานและเขตอำนาจการรับผิดชอบหรือเขตพื้นที่การปกครองของหน่วยราชการตามความใน มาตรา ๔ โดยประกาศในราชกิจจาฯ จึงเห็นได้ชัดว่า อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในอันที่จะประกาศข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของพนักงานตำรวจนั้น หาได้ถูกยกเลิกไปอย่างไรไม่ ประกาศที่มีมาแต่เดิมโดยอาศัยอำนาจที่ชอบด้วยกฎหมาย เดิมก็คงใช้ได้ต่อไป ไม่จำต้องมีประกาศใหม่ ทับซ้ำโดยอาศัยอำนาจกฎหมายใหม่อย่างไรอีก หน่วยงานที่ตั้งมาแต่เดิมตลอดจนเขตอำนาจที่มีอยู่ก็ต้องคงอยู่ตลอดมาจนกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะอาศัยอำนาจตามกฎหมายประกาศเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิกถอนเป็นอย่างอื่น สำหรับข้อเท็จจริง ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 767/2502 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายเซียน ขูโฉม กับพวก รวม 6 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายเซียน ขูโฉม กับพวก รวม 6 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · พิทักษ์มนูศาสตร์ · ชำนาญเนติศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายไฉน บุญยก · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 5603/2542ฎีกา 300/2501ฎีกา 9729/2556ฎีกา 1379/2524ฎีกา 3966/2534ฎีกา 3593/2529ฎีกา 1362/2537ฎีกา 3423/2548ฎีกา 11423/2554ฎีกา 5103/2528ฎีกา 2207/2540ฎีกา 6903/2543ฎีกา 4575/2551ฎีกา 3811/2528ฎีกา 3879/2542ฎีกา 1974/2539ฎีกา 6774/2558ฎีกา 5312/2560ฎีกา 1093/2482ฎีกา 2670/2521ฎีกา 289/2497ฎีกา 2129/2537ฎีกา 1328/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา