คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2502
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยนำสืบปฏิเสธต่อสู้คดี โดยอ้างวันที่กระทำผิดแตกต่างจากที่โจทก์ฟ้อง แต่ข้อแตกต่างนั้นไม่ทำให้จำเลยหลงประเด็นในการต่อสู้คดี ถือว่าจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้
การกระทำที่จำเลยยัดเยียดส่งบังเหียนให้ผู้อื่นและรับรอง ทั้งที่เจ้าของม้ายังไม่ทันอนุญาต และพวกของจำเลยได้ตีม้าเร่งฝีเท้าขี่หนีไปต่อหน้า ถือว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตที่จะเอาทรัพย์ไปแต่แรก การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำผิดวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2501 ตรงกับวันขึ้น 13 ค่ำ เดือนยี่ และโจทก์นำสืบว่าจำเลยทำผิดวันขึ้น 13 ค่ำเดือนยี่ ซึ่งความจริงแล้ววันขึ้น 13 ค่ำเดือนยี่ ตรงกับวันที่ 2 มกราคม 2501 ตามที่จำเลยให้การและลำดับเหตุการณ์ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2501 เป็นการเจือสมกับการกระทำที่โจทก์ฟ้อง จำเลยเป็นแต่นำสืบปฏิเสธต่อสู้ปัดความรับผิดเท่านั้น จึงเห็นว่าจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้แต่อย่างใด
จำเลยกับพวกได้พูดกับเจ้าของม้าขอลองกำลังม้า อ้างว่าเพื่อนของจำเลยจะซื้อ ดังนี้ สิทธิครอบครองยังคงอยู่กับเจ้าของม้า ๆ ยังไม่ทันอนุญาต จำเลยยัดเยียดส่งบังเหียนให้เพื่อนของจำเลยและพูดรับรอง ในทันใดนั้นเอง พวกของจำเลยก็ตีม้าเร่งฝีเท้าขี่หนีไปต่อหน้า ดังนี้ จึงเห็นว่า จำเลยมีเจตนาที่จะเอาทรัพย์นั้นไปโดยทุจริตแต่แรก การกระทำของจำเลยกับพวกมีความผิดฐานลักทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔, ๓๓๕ จำเลยให้การปฏิเสธ
ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่า วันเกิดเหตุตามฟ้องว่าวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ ตรงกับวันแรม ๑๓ค่ำเดือนยี่ จำเลยกับชายแปลกหน้าอีกคน ได้มาที่เรือนผู้เสียหายถามขอซื้อม้าของผู้เสียหาย แต่ยังไม่ได้ตกลง จำเลยขอลองขี่และเพื่อนของจำเลยได้ขอลองขี่โดยจำเลยเป็นผู้รับรอง เพื่อนของจำเลยได้ขี่ม้าของผู้เสียหายหนีไป จำเลยนำสืบว่า ในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ ตามฟ้อง ได้มีชายแปลกหน้ามาขอให้จำเลยพาไปบ้านผู้เสียหาย เพื่อขอซื้อม้า จำเลยได้พาไป และชายผู้นั้นได้ลองขี่ม้า และผู้เสียหายแล้วพาม้าหนีไป
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม มาตรา ๓๓๕, ๗๘ ให้จำคุก ๑ ปีและใช้ราคาม้า
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่า ๑ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิด วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ ตรงกับวันขึ้น ๑๓ ค่ำเดือนยี่ และโจทก์นำสืบว่าจำเลยทำผิดวันขึ้น ๑๓ ค่ำเดือนยี่ ซึ่งความจริงแล้ววันขึ้น ๑๓ ค่ำเดือนยี่ตรงกับวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๐๑ าทำให้จำเลยหลงต่อสู้
๒. การกระทำของจำเลยหากจะเป็นผิดก็ควรเป็นผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยในข้อหานี้ ลงโทษจำเลยมิได้
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยให้การและลำดับเหตุการณ์ตามข้อต่อสู้เจือสมกับการกระทำทั้งหลายที่โจทก์อ้างว่าจำเลยกระทำผิด ต่อสู้ว่าเพียงนำผู้อื่นไปซื้อม้าเท่านั้น เห็นว่าจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ ส่วนปัญหาข้อ ๒ นั้น ขณะที่จำเลยกับพวกกำลังขอลองม้า สิทธิครอบครองยังคงอยู่กับเจ้าทรัพย์ตลอดเวลา แม้จำเลยจะได้ขออนุญาตให้เพื่อนของจำเลยซึ่งอ้างว่าจะเป็นผู้ซื้อขึ้นลองขับขี่ ไม่ทันเจ้าทรัพย์จะอนุญาต พวกของจำเลยก็ตีม้าเร่งฝีเท้าหนีไปต่อหน้า ดังนี้ จึงเห็นว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาที่จะเอาทรัพย์นั้นไปโดยทุจริตแต่แรก การกระทำของจำเลยกับพวก จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2502
อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์
นายแดง สุดหล้า จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด · จำเลย - นายแดง สุดหล้า |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไชยเจริญ สันติศิริ · นิติธรรมประกรณ์ · วุฒิศักดิ์เนตินาท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายช่วย สินเกษม · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา